IMF กลับลำประเมินภาวะเงินเฟ้อเวเนซูเอลาสร้างประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 พุ่งทะลุ 1,000,000% ในปี 2018 อยู่ในจุดที่เรียกว่า Hyperinflation เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พลิกจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 13,864.8% เทียบกับปี 2017 อยู่ที่ระดับ 2,400
1. โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน แถลงว่า จีนไม่มีความตั้งใจที่จะกระตุ้นการส่งออกด้วยการลดค่าเงินหยวน เพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน โดยที่อัตราการแลกเปลี่ยนเงินหยวนถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทานของตลาดเป็นหลัก ซึ่งหมายความว่าเงินหยวนสามารถเคลื่อนไหวทั้งอ่อนค่าและแข็งค่าได้โดยถ้อยแถลงของทางการจีนดังกล่าวนับเป็นการปฏิเสธข้อกล่าวหาของผู้นำสหรัฐที่ระบุว่า จีนปั่นค่าเงินหยวนให้อ่อนค่า ด้วยการอาศัยจังหวะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย และการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์อยู่ในทิศทางขาขึ้น
นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในการที่เศรษฐกิจจีนมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ได้ช่วยสนับสนุนค่าเงินหยวนให้ยังคงมีเสถียรภาพ
2. ขณะที่เงินหยวนยังเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าลง โดย China Foreign Exchange Trading System เปิดเผยว่า เงินหยวนในตลาด Onshore อ่อนค่าลงในวันอังคารแตะ 6.7891 หยวนต่อดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2017 จากวันจันทร์ที่อยู่ในระดับ 6.7593 หยวนต่อดอลลาร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลจีนอายุ 10 ปีลดลง 0.07%
ส่วน Offshore Yuan แตะที่ระดับ 6.84 หยวนต่อดอลลาร์ เป็การอ่อนค่าลงครั้งแรกนับจากเดือนกรกฎาคม 2017 เป็นที่คาดว่า เงินหยวนในตลาด Offshore อาจจะลดลงแตะระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้
3. ท่ามกลางการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางจีน เข้าสู่ระบบธนาคารวงเงิน 502,000 ล้านหยวน หรือราว 74,300 ล้านดอลลาร์ในวันนี้ ผ่าน นโยบาย Quasi QE ที่เป็นโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบการเงินในประเทศ ซึ่งเป็นเงินกู้ีะยะ 1 ปี ในอัตราดอกเบี้ย 3.3%
ทั้งนี้ MLF เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ธนาคารกลางจีนนำมาใช้เมื่อปี 2014 เพื่อช่วยให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐให้สามารถรักษาสภาพคล่องด้วยการเข้ากู้ยืมเงินจากธนาคารกลางจีนได้โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกเหนือจากการบริหารจัดการสภาพคล่องโดยดำเนินการผ่านการปรับอัตราดอกเบี้ย หรือผ่านการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR)
4. โฆษกกระทรวงต่างประเทศยังได้ตอบโต้สหรัฐที่ต้องการจุดชนวนสงครามการค้านั้น โดยระบุว่า ทางการจีนได้แสดงให้เห็นอย่างแน่ชัดว่า ไม่ต้องการสงครามการค้า แต่จีนก็ไม่ได้เกรงกลัว และพร้อมตอบโต้ตามความจำเป็น เพราะฉะนั้นการข่มขู่และคุกคามจะไม่มีผลกับจีน ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนชาวจีน จึงขอแนะให้สหรัฐจัดการแก้ไขปัญหาด้วยทัศนคติที่เป็นเหตุผล
การเเคลื่อนไหวของจีนนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะจับตาการอ่อนตัวของค่าเงินหยวนเมื่อเร็วๆ นี้ และกำลังพิจารณาว่าเป็นการปั่นค่าเงินหรือไม่ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ เพราะจีนยังคงเอาเปรียบทางการค้าต่อสหรัฐ
5. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลับลำประเมินภาวะเงินเฟ้อเวเนซูเอลาพุ่งทะลุ 1,000,000% ในปี 2018 อยู่ในจุดที่เรียกว่า Hyperinflation เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พลิกจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 13,864.8% เทียบกับปี 2017 อยู่ที่ระดับ 2,400%
นอกจากอัตราเงินเฟ้อที่เป็น hyperinflation พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในอัตราที่ติดลบถึง 15% ในปีนี้
โดยที่ในช่วง 1 เดือนก่อนหน้านี้ ฝ่ายค้านทางการเมืองของเวเนซูเอลาได้เปิดเผยรายงานว่า เงินเฟ้อของเวเนซูเอลาได้พุ่งขึ้นถึง 46,305% ท่ามกลางความยากจนและอดหยากของประชาชน เนื่องจากประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ และวิกฤติการขาดแคลนอาหารในประเทศ