เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) "รบพิเศษ" ถอดบทเรียนถ้ำหลวงฯ

24 ก.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) "รบพิเศษ" ถอดบทเรียนถ้ำหลวงฯ

ไปดูความเคลื่อนไหวของน้องๆ เยาวชนทีมหมูป่า ตั้งแต่เช้า ทีมหมูป่า 12 คนรวมทั้งโค้ชเอก ได้ไปทำพิธีปลงผม เผื่อเตรียมบวชอุทิศส่วนกุศลให้กับ "จ่าแซม" นาวาตรี สมาน กุนัน วีรบุรุษถ้ำหลวง ที่วัดพระธาตุดอยเวา โดยมีคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนไปร่วมอนุโมทนาบุญกันเป็นจำนวนมาก ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของน้องๆ ทีมหมูป่า หลังได้รับการช่วยชีวิตออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย


ขณะที่อีกด้านหนึ่ง มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์คชอบ ในหัวข้อ "ระบบการจัดการบริหารเหตุการณ์วิกฤต ถอดบทเรียนถ้ำหลวงสู่องค์ความรู้ พร้อมพัฒนาทักษะกำลังพล เตรียมสร้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรองรับเหตุการณ์วิกฤต" โดยการเวิร์คชอปครั้งนี้ จัดขึ้นที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี โดยมีหน่วยรบพิเศษจากทุกเหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิตเยาวชนทีมหมูป่า เข้าร่วมถอดบทเรียนกันอย่างพร้อมเพรียง

เวทีนี้ถือว่าเป็นเวทีแรกที่เป็นทางการของฝ่ายปฏิบัติการของไทย หลังจากปล่อยให้ต่างชาติเสนอข่าว สกู๊ปข่าว และวิเคราะห์วิจารณ์กันมานานนับสัปดาห์


บทเรียนที่ได้จากเวทีก็คือ ปัจจัยเร่งของปฏิบัติการ สำคัญที่สุดคือออกซิเจน เหลือ 15% บวกกับสภาพอากาศ เพราะชาวบ้านให้ข้อมูลว่า ทุกวันที่ 10 ของเดือน จะมีน้ำหลากเข้ามา ทำให้ต้องตัดสินใจเร่งนำเยาวชนทีมหมูป่าออกจากถ้ำ ซึ่งจากภาพที่ปรากฏในเวลาต่อมาว่าเด็กถูกห่อตัว แล้วมีคนหามออกมา เป็นเพราะบางช่วงต้องมีการลำเลียง มีการชักรอก เพราะในถ้ำเป็นหน้าผา ถือเป็นภารกิจที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ หรือถ้าทำได้ก็ต้องสูญเสีย แต่สุดท้ายกลับสมบูรณ์ เด็กทุกคนปลอดภัย


บทเรียนครั้งนี้คือ ปริมาณน้ำที่คาดการณ์ไม่ได้ น้ำเชี่ยว ขุ่นเป็นโคลน อากาศเย็น ความมืดในถ้ำ หินงอกหินย้อย สิ่งกีดขวางทางน้ำ พื้นผิวขรุขระ ช่องในถ้ำคดเคี้ยว แคบ และต่างระดับ โดยผู้ที่วางแผนไม่ได้เห็นพื้นที่จริง การวางแผน การตัดสินใจ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และสื่อมวลชนเป็นอุปสรรคของการทำงาน คนในพื้นที่ไม่รักษาความลับ นี่คือบทสรุปอย่างตรงไปตรงมาที่พูดในวงประชุม

สำหรับไฮไลท์ช่วงอื่นๆ ที่น่าสนใจ ก็คือ การบรรยายและการสาธิต "การจัดการบริหารเหตุการณ์วิกฤต" โดยผู้แทนจาก "ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล กองบัญชาการกองทัพไทย" สรุปว่าเมื่อมีเหตุวิกฤตเกิดขึ้น ต้องมีการจัดการงานทุกส่วนให้เป็นระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน และการรายงานต่อผู้บังคับบัญชา เช่น การจัดตั้งกองบัญชาการ ส่วนปฏิบัติการ ชุดประชาสัมพันธ์เหตุการณ์ ส่วนข่าว ส่วนแผน ส่วนสนับสนุน และการจัดระบบติดต่อสื่อสาร

พลโท สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาสงครามพิเศษ กองทัพบก บอกว่า การจัดสัมมนาวันนี้ เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำมาถอดบทเรียน / เพราะเหตุการณ์ถ้ำหลวง ถือเป็นเรื่องใหม่ เชื่อว่าในอนาคตประเทศไทยต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติอีกหลายรูปแบบ

ขณะที่ พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ "ผบ.ซีล" บอกว่า การดำน้ำมีหลายรูปแบบ แต่การ "ดำน้ำในถ้ำ" ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับหน่วยซีล ซึ่งนักดำน้ำจากต่างประเทศที่อยู่ในภารกิจช่วยนเหลือทีมหมูป่า จะมาถ่ายทอดองค์ความรู้และทำเวิร์คชอปให้กับหน่วยซีลที่สัตหีบ


ในส่วนของหน่วยซีล ก็จะมีการถอดบทเรียนกันเองด้วย ซึ่งขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้ว สำหรับจุดอ่อนในภารกิจนี้ ยอมรับว่าเป็นเรื่องของเครื่องมือไม่พร้อม จนต้องใช้ชีวิตคนเข้าเสี่ยง
นี่คือการถอดบทเรียนที่สำคัญมากจากปฏิบัติการถ้ำหลวง ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะกลายเป็น "คู่มือรับมือภัยพิบัติและสถานการณ์วิกฤติ" ได้เป็นอย่างดี รายละเอียดจากเวทีนี้ยังไม่จบ พรุ่งนี้เรามีรายงานพิเศษมานำเสนอจากคุณอัญชลี อริยกิจเจริญ

ข่าวล่าสุด