เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) "ปลากัดไทย" สมบัติชาติ ระวังต่างชาติฮุบ!

24 ก.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) "ปลากัดไทย" สมบัติชาติ ระวังต่างชาติฮุบ!

นี่คือเสียงสะท้อนจากเกจิอาจารย์ที่คว่ำหวอดอยู่ในแวดวงปลาไทยมาหลายสิบปี สะท้อนให้เห็นว่า หากรัฐบาลไทยยังคงนิ่งเฉย ไม่ตั้งองค์กรขึ้นมาดูแล "ปลากัดไทย" และยังละเลย ไม่ประกาศให้เป็น "สัตว์น้ำประจำชาติ" สุดท้ายอาจต้องมานั่ง "ตีอกชกตัว" เพราะต้องสูญเสียสมบัติของชาติไป ซ้ำรอยแมวไทย อย่างแมววิเชียรมาศ ที่ตกเป็นของอังกฤษมาแล้ว

อาจารย์อธิสรรค์ พุ่มชูศรี ผู้เชี่ยวชาญการเพาะพันธุ์และส่งออกปลากัด เคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ เมื่อปี 2552 บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า ความนิยมปลากัดไทยของชาวต่างชาติมีมานานเป็นร้อยปี กระทั่งช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีการเพาะพันธุ์ปลากัดไปขายในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรป จนทำให้ปลากัดกลายเป็นปลาสวยงามประจำบ้านของชาวต่างชาติ กลายเป็นว่าทุกวันนี้ต่างชาติให้ความสำคัญกับปลากัดไทยมากกว่าผู้ใหญ่ในบ้านเราเสียอีก นี่ยังไม่นับรวมความสำคัญทางเศรษฐกิจจากการส่งขายปลากัดที่สามารถนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้จำนวนมหาศาลส่วนกรณีที่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเสนอคณะรัฐมนตรีให้ปลากัดเป็น "สัตว์น้ำประจำชาติของไทย" แต่สุดท้ายกลับถูกรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ตีตกไปนั้น อาจารย์อธิสรรค์ บอกว่า ในฐานะคนไทยที่รักชาติ เราควรจะทำอะไรก็ได้ที่แสดงถึงความหวงแหนในสมบัติของชาติที่มีการสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และควรให้ทั่วโลกได้รู้ว่า ปลากัดเป็นสมบัติของชนชาติไทย เพราะในปัจจุบันที่ไม่มีกติกาอะไรแน่นอน อาจจะทำให้เราเสียปลากัดไทยไปเหมือนกับแมววิเชียรมาศ ที่ตกเป็นของอังกฤษก็เป็นได้

สอดคล้องกับมุมมองของ คุณสมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิทานสัตว์น้ำ กรมประมง ที่บอกว่า มีการจารึกประวัติของปลากัดไว้ในหนังสือที่เขียนโดยชาวอเมริกันที่ชื่อว่า ฮิวจ์ แมคคอร์มิค สมิธ มีการตั้งชื่อปลากัดไทยเป็นภาษาอังกฤษว่า "Siamese fighting fish" ฉะนั้นรัฐบาลไทยควรจะขึ้นทะเบียนให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติเสียที เพราะหากมีประเทศอื่นมาขอขึ้นทะเบียนเป็นของเขาแล้ว จะส่งผลกระทบต่อคนไทยไม่ต่างจากกรณีของแมวไทย หรือสมุนไพรไทยที่ตกไปอยู่ในมือของต่างชาติจำนวนมาก

นี่คือมุมมองจากกลุ่มคนที่รักและศึกษาเรื่องราวของปลากัดไทย ที่เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาช่วยกันให้ความสำคัญ และรักษาสมบัติของชาติชิ้นนี้ไว้ ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน


ดูรายงานพิเศษจากคุณอนุรักษ์ไปแล้ว คุณผู้ชมอาจจะสงสัยว่า การขึ้นทะเบียน "สัตว์ประจำชาติ" มีความสำคัญขนาดไหน ต้องจริงจังกันขนาดนั้นเลยหรือ


"ล่าความจริง" สืบค้นข้อมูลได้ความว่า เรื่องนี้มีความสำคัญท้งในแง่การแสดงความเป็นเจ้าของ ป้องกันการถูกจดสิทธิบัตรสายพันธุ์ ร่วมทั้งในแง่เชิงเศรษฐกิจพาณิชย์ ที่ผ่านมาประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีการขึ้นทะเบียนสัตว์พื้นเมืองเป็น "สัตว์ประจำชาติ" และนำมาทำเป็น "มาสคอต" สร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ได้มากมาย อย่างเช่น "จิงโจ้แดง" ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของออสเตรเลีย "ปลาโค่ย" หรือ "ปลาแฟนซีคาร์ฟ" ของญี่ปุ่น หมีแพนด้าของจีน ซึ่งคนไทยรู้จักกันดี และนกกีวี สัตว์ประจำชาติของนิวซีแลนด์ เรื่องนี้ยังมีแง่มุมน่าสนใจ พรุ่งนี้ล่าความจริงจะนำรายละเอียดมาเล่าให้ฟังต่อ

ข่าวล่าสุด