อาจารย์อธิสรรค์ พุ่มชูศรี ผู้เชี่ยวชาญการเพาะพันธุ์และส่งออกปลากัด เคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ เมื่อปี 2552 บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า ความนิยมปลากัดไทยของชาวต่างชาติมีมานานเป็นร้อยปี กระทั่งช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีการเพาะพันธุ์ปลากัดไปขายในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรป จนทำให้ปลากัดกลายเป็นปลาสวยงามประจำบ้านของชาวต่างชาติ กลายเป็นว่าทุกวันนี้ต่างชาติให้ความสำคัญกับปลากัดไทยมากกว่าผู้ใหญ่ในบ้านเราเสียอีก นี่ยังไม่นับรวมความสำคัญทางเศรษฐกิจจากการส่งขายปลากัดที่สามารถนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้จำนวนมหาศาลส่วนกรณีที่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเสนอคณะรัฐมนตรีให้ปลากัดเป็น "สัตว์น้ำประจำชาติของไทย" แต่สุดท้ายกลับถูกรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ตีตกไปนั้น อาจารย์อธิสรรค์ บอกว่า ในฐานะคนไทยที่รักชาติ เราควรจะทำอะไรก็ได้ที่แสดงถึงความหวงแหนในสมบัติของชาติที่มีการสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และควรให้ทั่วโลกได้รู้ว่า ปลากัดเป็นสมบัติของชนชาติไทย เพราะในปัจจุบันที่ไม่มีกติกาอะไรแน่นอน อาจจะทำให้เราเสียปลากัดไทยไปเหมือนกับแมววิเชียรมาศ ที่ตกเป็นของอังกฤษก็เป็นได้
สอดคล้องกับมุมมองของ คุณสมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิทานสัตว์น้ำ กรมประมง ที่บอกว่า มีการจารึกประวัติของปลากัดไว้ในหนังสือที่เขียนโดยชาวอเมริกันที่ชื่อว่า ฮิวจ์ แมคคอร์มิค สมิธ มีการตั้งชื่อปลากัดไทยเป็นภาษาอังกฤษว่า "Siamese fighting fish" ฉะนั้นรัฐบาลไทยควรจะขึ้นทะเบียนให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติเสียที เพราะหากมีประเทศอื่นมาขอขึ้นทะเบียนเป็นของเขาแล้ว จะส่งผลกระทบต่อคนไทยไม่ต่างจากกรณีของแมวไทย หรือสมุนไพรไทยที่ตกไปอยู่ในมือของต่างชาติจำนวนมาก
นี่คือมุมมองจากกลุ่มคนที่รักและศึกษาเรื่องราวของปลากัดไทย ที่เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาช่วยกันให้ความสำคัญ และรักษาสมบัติของชาติชิ้นนี้ไว้ ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน