เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 ก.ค. ที่ บก.ปอท. นายติมาพรณ์ ใจมา อายุ 24 ปี บ้านอยู่ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร อาชีพพ่อค้าขายคอหมูย่างหน้าตลาด กม.8 รามอินทรา ได้อุ้มลูกวัย 2 เดือนมาพร้อม น.ส.สุฑามาศ สงวนทองคำ อายุ 18 ปี ภรรยา เข้าพบ ร.ต.ท.เปตอง ด่านปรีดา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. โดยแจ้งว่า ก่อนจะมา ปอท.ได้ไปพบและแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วรวัฒน์ นิยมทรัพย์ สว.(สอบสวน) สภ.ลำลูกกา ภ.จว.ปทุมธานี เมื่อ 11.00 น. วันที่ 19 ก.ค. เพื่อแจ้งความลงประจำวันไว้แล้ว
นายติมาพรณ์ เล่าว่า เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะตนเองไปทำธุระติดต่อนัดรับของที่มีคนประกาศขายทางออนไลน์ เว็บ ขายดี ดอทคอม เป็นเพาเวอร์เครื่องเสียง โดยนัดหมายกันกับคนขายที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลอง 8 ลำลูกกา ปทุมธานี ระหว่างรอคนขายเอาของมาส่ง ปรากฎว่า มีหญิงสูงวัยมาด่าว่า ชี้หน้าหาว่าตนเองไปแอบดูเขาเข้าห้องน้ำจากห้องข้างๆ ก้มๆ เงยๆ มาดู และยังได้เอาน้ำสาดไปด้วย พร้อมกับอ้างว่าจำหัวได้แบบนี้เลย
ทั้งนี้ ระหว่างถูกกล่าวหา ตนได้พยายามอธิบายให้ฟังว่า ไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา แต่คู่กรณีกลับไม่ฟัง และร้องบอกให้ลูกชายที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำชาย ที่มาด้วยให้เอามือถืออัดคลิปถ่ายไว้
ตนเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปโต้เถียงด้วย จึงได้เดินเลี่ยงออกไปพร้อมกับโทร.บอกคนขายที่จะมาส่งของว่า ขอเปลี่ยนที่รับของดีกว่า เพราะสถานที่นัดแห่งนี้ขนาดตนอยู่เฉยๆ ยังโดนแบล็คเมล์กล่าวหาว่าไปแอบมอง
" อยู่ดีๆ ก็มาหาว่าผม ไปแอบดูคนอื่นในห้องน้ำ จากนั้นผมจึงโทรศัพท์ไปหาคนขายที่สั่งของทางออนไลน์ และได้สอบถามที่อยู่ ซึ่งห่างจากปั๊มประมาณ 1 กม. ผมจึงขี่รถ จยย.ไปรับของ และจ่ายเงินตามราคาที่ตกลงกันไว้ คือ 1,000 บาท แล้วกลับบ้านทันที"
นายติมาพรณ์ กล่าวด้วยว่า ต่อมาเวลาประมาณ 3 ทุ่ม มีเพื่อนของสุฑามาศ ภรรยาตน ได้ทักมาในเฟซบุ๊ค และแชร์คลิปจากบัญชีชื่อ Wana Chokeattana ถามว่าคนในคลิปใช่สามีหรือเปล่า โดยภรรยาตนได้เปิดคลิปดังกล่าวที่มีการโพสต์ไว้ จำนวน 3 คลิป คลิปแรกจะเห็นหน้า ตนอย่างชัดเจน ตนจึงเล่าเหตุการณ์ให้ภรรยาฟัง
ตอนแรกก็รู้สึกตกใจที่โดนถ่ายคลิปเอาไปประจานแบบนั้น แต่ก็ไม่อยากเอาเรื่อง จึงไม่แจ้งความทันที ส่วนภรรยาได้อินบล็อคไปสอบถามยังเฟซบุ๊คดังกล่าว ว่ามีพยานหลักฐานอะไรถึงเอาคลิปมาลงประจานแบบนั้น
เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊คดังกล่าวได้แชตตอบกลับมาว่า ไม่ว่างจะถ่ายรูปประจำวันที่ไปแจ้งความให้ดู เมื่อถามต่อก็บล๊อคแชตและไม่คุยอีกเลย
นายติมาพรณ์ เล่าอีกว่า ตนไม่อยากเอาความอะไร ปกติไม่ชอบเล่นเฟซบุ๊ค มีแต่แฟนที่เล่น จึงบอกแฟนไปว่าให้อยู่เฉยๆ เดี๋ยวเรื่องก็เงียบไปเอง แต่พอมาวันที่ 17 ก.ค.เวลา 05.30 น. ปรากฎว่า สถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เอาคลิปดังกล่าวมาออกรายการเตือนภัย โดยไม่มีการบังหน้าผู้ชายในคลิป ซึ่งเป็นตนเลย คราวนี้เวลาตนไปไหน หรือไปส่งคอหมู่ย่านไปตลาด เจอคนรู้จักก็จะมองหน้าตนแปลกๆ ไป ตนจึงได้โทรศัพท์ไปยังสถานโทรทัศน์ดังกล่าว พร้อมกับทำการต่อว่า ว่าทำไมไม่สอบถามคนที่ถูกกล่าวหา ก่อนที่จะนำไปออกอากาศแบบนี้ โดยไม่ตรวจสอบอะไร สร้างความเสียหายให้ตนเป็นอย่างมาก โดยทางสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ได้แจ้งกลับมาว่า ยินดีให้ตนไปออกอากาศชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด
ตนเห็นว่ามีคนเข้าใจผิดเพราะเฟซบุ๊กที่เชื่อว่าน่าจะเป็นของลูกชายหญิงดังกล่าว และมีสื่อมวลชนเอาไปแชร์กระจายไปนับพันๆ แชร์ สร้างความเสียหายให้ตนเป็นอย่างมาก จึงปรึกษากับภรรยาว่า จากนี้คงจะอยู่เฉยๆต่อไปไม่ได้แล้ว จึงพากันไปแจ้งความที่ สภ.ลำลูกกา สภ.ปทุมธานี ซึ่งพนักงานสอบสวนรับแจ้งไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับบอกว่า ไม่มีคู่กรณีมาแจ้งความว่าถูกแอบดูในห้องน้ำของปั๊มน้ำมัน ปตท.คลอง 8 ที่เกิดเหตุตามที่เพซบุ๊ อ้างว่าแจ้งความแล้วแต่อย่างใด
ทางด้าน ร.ต.ท.เปตอง กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาหมิ่นประมาท ทาง ปอท.ได้ลงประจำวันแล้ว จะช่วยตรวจสอบในเรื่องการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ให้ สภ.ลำลูกกา เรียกคู่กรณีมาสอบสวนดำเนินการตามประสงค์ของผู้เสียหายต่อไป
หลังพบพนักงานสอบสวนแล้ว นายติมาพรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะได้กลับไปให้ พงส.สภ.ลำลูกกา ปทุมธานี เรียกคู่กรณีมาพบ ตนอยากจะให้เรื่องมันจบๆ ไป และต้องการให้คู่กรณีขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าเขายินยอมลบคลิปดังกล่าวออกไป ตนไม่ต้องการไปขึ้นศาล ไม่อยากให้เขาเสียหาย ถ้าเขาจบ ตนก็จบ แต่ขอให้ขอโทษต่อหน้าสื่อฯ ก่อน ส่วนสื่อฯ ที่เอาคลิปนี้ไปออกข่าว ก็ขอให้แก้ไขออกข่าวจากที่ผิดๆ ก็แก้ไขให้ถูกต้อง และนำเสนอข้อเท็จจริงด้วย ตนก็ยินดีไม่เอาความเช่นกัน