ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ให้ตามไปสัมภาษณ์เยาวชนที่ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนที่บ้าน เพื่อปกป้องไม่ให้เด็กถูกละเมิดสิทธิ์ หรือรบกวนชีวิตประจำวัน แต่ปราฏว่ามีสื่อต่างประเทศสามารถไปสัมภาษณ์เด็กได้ถึงที่บ้าน ว่า โดยหลักการพูดได้ว่าถูกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน โดยเฉพาะนักข่าวไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่ติดตามข่าวมาตลอดจะรู้สึกชัดเจนที่สุด เพราะเขาคิดว่าทำไมสื่อต่างชาติทำได้ แต่สื่อไทยทำไม่ได้ ส่วนประชาชนที่ไม่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ที่หน้าถ้ำคงไม่คิดว่าถูกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน เพราะโดยธรรมชาติของคนไทยจะชื่นชมสื่อต่างชาติอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่มีเสียงวิพากวิจารณ์คนที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรพูดคุยกับเยาวชนหมู่ป่าทั้ง 13 คนในวันเปิดใจครั้งแรกนั้น ผศ.ดร.วรัชญ์ มองว่า รูปแบบการจัดงานทำได้ดี แต่ลักษณะงานคล้ายงานอีเว้นท์และมีความเป็นทางการเกินไป มีหลายคำถามที่ควรถามเด็กๆ แต่ไม่มีเลย ผศ.ดร.วรัชญ์ ย้ำว่า นักข่าวสามารถไปสัมภาษณ์ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้าม แต่เป็นเพียงการขอความร่วมมือ ประเด็นอยู่ที่ว่า สัมภาษณ์อย่างไรไม่ให้กระทบ รบกวนเด็ก ซึ่งตรงนี้ทางสภาวิชาชีพ และชุมชน หรือภาครัฐต้องหารือและตกลงร่วมกันว่าจะบริหารจัดการให้สื่อสัมภาษณ์ใครได้บ้าง จัดตัวแทนหมูป่าสลับกันมาให้สัมภาษณ์ ส่วนสำนักข่าวก็ต้องจัดลำดับให้ชัดเจน และเมื่อได้ลำดับสัมภาษณ์แล้ว กองบก.ต้องพิจารณาบทสัมภาษณ์ไม่ตอกย้ำประสบการณ์เด็ก