ผู้ช่วยนายทะเบียน และอิหม่ามที่ทำพิธีแต่งงานให้กับเด็กหญิงและชายชาวมาเลเซียอายุมากกว่า 30 ปี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ฮาชิม ยูซอฟ กล่าวว่า เด็กหญิงพร้อมด้วยพ่อแม่เดินทางมาให้ถ้อยคำ ราว 40 นาที และเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกไว้ นอกจากนี้ ยังรวบรวบเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานจากพ่อแม่เด็ก เมื่อเด็กหญิงมาให้ถ้อยคำ ถือว่าเรื่องนี้จบแล้ว
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ศาลชารีอะฮ์ (ศาสนานา) เมืองกัวมูซาง รัฐกลันตัน ก็ไม่ได้เอาผิดชายคนนี้นอกจากลงโทษปรับเพียง 14,900 บาท ฐานแต่งงานภรรยาคนที่สามโดยไม่ได้รับอนุมัติจากศาลก่อน และแต่งภรรยาอีกคนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภรรยาเดิม
การแต่งงานของทั้งคู่ ที่ดูเหมือนจะผ่านขั้นตอนทางศาสนาและศาลศาสนาแล้ว สร้างความไม่พอใจอย่างมากในสังคมมมาเลเซีย ด้วยมองว่านี่เป็นคดีพรากผู้เยาว์ รวมถึงไม่พอใจรัฐบาลที่ไม่สามารถขัดขวางการแต่งงานเจ้าสาวเด็กที่ทั่วโลกพยายามรณรงค์ยุติ และทั้งที่กฎหมายมาเลเซียกำหนดอายุขั้นต่ำแต่งงานสำหรับฝ่ายหญิงไว้ที่ 16 ปี
รองนายกรัฐมนตรีวัน อาซิซะห์ วัน อิสมาอิล ของมาเลเซีย กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจไปประกาศให้การแต่งงานเจ้าสาวเด็กเป็นโมฆะ เนื่องจากกฎหมายอิสลามรัฐกลันตัน อนุญาตให้เด็กอายุน้อยกว่า 16 ปี แต่งงานได้หากศาลชารีอะฮ์อนุญาต
ล่าสุด เดอะสตาร์ รายงานว่า หนุ่มใหญ่รายนี้อ้างว่าการรับเด็กหญิงวัย 11 ปีมาเป็นภรรยาคนที่สาม ไม่ใช่เพราะตัณหาราคะ ไม่เช่นนั้นคงไม่รอมาถึงวันนี้และรอจนเธออายุ 16 ปีถึงจะอยู่กินฉันท์สามีภรรยา เพราะเขาอยากแต่งงานกับเธอตั้งแต่อายุ 7 ขวบ
นายเจ๊ะ การิม กล่าวว่า เขาไม่แน่ใจว่าอะไรทำให้รู้สึกอยากแต่งงานกับเด็กหญิง แต่อ้างว่าไม่ใช่เพราะความปรารถนาเป็นแรงผลักดัน "ผมรู้จัก อายู (เจ้าสาว) ตั้งแต่เธอยังเล็ก เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ผมยังสอนอ่านคัมภีร์อัลกุรอานให้เธอ ตอนนั้นเองที่ผมบอกกับตัวเองว่าจะรับเด็กหญิงคนนี้เป็นภรรยา และผมก็ทำเช่นนั้นในอีก 4 ปีต่อมา"
หนุ่มใหญ่บอกกับ บีเอช ออนไลน์ ด้วยว่า การแต่งงานของเขากับเด็กหญิงในรัฐกลันตัน มีแต่โลกภายนอกที่ช็อก ชาวบ้านและเพื่อนฝูงส่วนใหญ่รู้มาระยะหนึ่ง และเห็นดีเห็นงาม เขาเคยอวดรูปของเธอให้กับเพื่อนๆดูตอนอยู่ในนครมักกะ พวกเขามีแต่อวยพรให้ เพราะเด็กหญิงไม่ได้เรียนหนังสือและครอบครัวฐานะยากจน
เขารู้ว่าคนจำนวนมากว่ากล่าวติเตียนแต่พวกเขาเป็นคนนอก ไม่รู้จักผมหรือครอบครัวฝ่ายหญิง เขายอมรับว่ายังไม่เคยให้ภรรยาทั้งสามคนมาเจอกัน เพราะต้องการปกป้องความรู้สึกของภรรยาคนแรกกับคนที่สอง แต่สัญญาว่าจะประคับประคองครอบครัวให้ดี "เลิกดูแคลนเรา แต่ภาวนาให้พวกเรามีความสุข"
ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์
http://www.komchadluek.net/news/foreign/335093