เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) "นอมินีทัวร์จีน" เอาผิดได้จริงหรือสิ้นหวัง?

17 ก.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) "นอมินีทัวร์จีน" เอาผิดได้จริงหรือสิ้นหวัง?

ปฏิบัติการน่าตื่นตาตื่นใจที่ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นและดำเนินคดีกับบริษัททัวร์ที่รับนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่บริษัทฝูอัน บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต และย้อนไปถึง บริษัททรานลี่ ทราเวล จำกัด กับบริษัทในเครือข่ายอีกมากมาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น ถือเป็นความพยายามในการปราบปรามบริษัททัวร์ต่ำกว่าทุน หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า "ทัวร์ศูนย์เหรียญ" ซึ่งมีหลักฐานน่าเชื่อว่าใช้คนไทยเป็น "นอมินี" ถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพราะธุรกิจท่องเที่ยวและนำเที่ยว เป็นกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น

ล่าสุดที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้น บริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด เจ้าของเรือฟินิกซ์ และ บริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด ที่เช่าเรือเซเรนาต้า มาให้บริการนักท่องเที่ยว และอับปางลงกลางทะเลภูเก็ตทั้งสองลำเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยตำรวจท่องเที่ยวเชื่อว่าทั้งสองบริษัทนี้อาจเป็นบริษัทนอมินีของกลุ่มทุนจีนเช่นกัน

แต่ที่ผ่านมา คดีลักษณะเดียวกันนี้หลายๆ คดี เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลแล้ว กลับไม่สามารถเอาผิดได้ ยกเว้นความผิดเล็กๆ น้อยๆ หรือมีหลักฐานการกระทำผิดอย่างโจ๋งครึ่ม เช่น เป็นคนต่างด้าวแต่ใช้บัตรประชาชนคนไทยปลอมมาจดทะเบียนเปิดบริษัท อย่างกรณีของ ทรานลี่ แทรเวล ส่วนข้อกล่าวหาการเป็น "นอมินี" แทบเอาผิดไม่ได้เลย ประเด็นนี้ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา มองว่า เป็นเพราะพยานหลักฐานไปไม่ถึง หรือไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าบริษัททัวร์ที่ถูกกล่าวหา ใช้คนไทยเป็นนอมินีจริงหรือไม่

จากการตรวจสอบงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มีช่องโหว่ที่ทำให้คนต่างด้าวสามารถเปิดบริษัทและครอบงำกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทยได้ โดยวิธีการที่นิยมใช้กันมีหลายวิธี เช่น การออกหุ้นบุริมสิทธิ์ ที่กำหนดให้คนต่างด้าวมีสิทธิ์ออกเสียงมากกว่าคนไทย การตั้งบริษัทถือหุ้นต่อกันหลายทอด โดยใช้หุ้นสะสมเพื่อถือหุ้นทางอ้อม การถือหุ้นไขว้กันโดยใช้บริษัทโฮลดิ้ง การควบคุมผ่านกรรมการบริษัท และวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมในธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวก็คือ การใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งลักษณะการถือหุ้นนั้น เป็นแต่เพียงในนาม หรือในเชิงปกปิด

นี่คือกลวิธีหลากหลายที่คนต่างชาติใช้ในการครอบงำกิจการ หรือทำกิจการที่กฎหมายสงวนไว้ให้กับคนไทย ซึ่งทำให้คนที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรมเองก็หนักใจ โดยเฉพาะในเรื่องของการพิสูจน์ความผิด


ขณะที่ในมุมมองของคนทำธุรกิจอย่างประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เห็นว่า การใช้ "นอมินี" ในการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องแปลก และทำได้ไม่ยาก เรื่องแบบนี้ต้องมองหลายๆ มุม เพราะบางกรณีทุนต่างชาติที่เข้ามาอาจเป็นการสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวไทยก็เป็นได้
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เห็นตรงกับรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาว่า ปฏิบัติการของตำรวจในเรื่องนี้อาจเหนื่อยเปล่า หากไม่มีการสืบสาวไปให้ถึงต้นตอของธุรกิจ ซึ่งก็คือการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการเสียภาษีอย่างเป็นระบบ จนมีหลักฐานมัดแน่น เพราะการตรวจสอบแค่ทุนจดทะเบียน หรือนับจำนวนหุ้น ชัดเจนแล้วว่าไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ความผิดเรื่องนอมินี

ข่าวล่าสุด