โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 61 ณ ห้องประชุมเธียร์เตอร์ ตึก 34 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ซึ่งหลังจากคลิปนี้เผยแพร่ในโลกโซเชียลก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่ากลุ่มบุคคลที่อ้างตัว "กลุ่มวิชาชีพครู" มีพฤติกรรมเรียกข้อในสิ่งที่เรียกว่าเป็นการ "เบี้ยวหนี้" ไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่เรียกว่า "พ่อ/แม่พิมพ์ของชาติ" เพราะไม่เคารพข้อกฎหมายและสัญญาที่ทำไว้ ขาดวินัยในการชำระหนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว ปัญหานี้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ ขอเพียงคุยปัญหาหรืออุปสรรคของผู้กู้ กับเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินสาขา เขต หรือ ศาล ไม่ว่าจะเจรจาหนี้คนเดียว หรือมาทั้งกลุ่ม ธนาคารก็มีแนวทางแก้ไขปรับโครงสร้างหนี้ รวมไปถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงให้คณะครูได้
โดยในวันดังกล่าว มี นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เดินทางมารับหนังสือข้อเรียกร้องจากองค์กรครู โดยทางพี่น้องเครือข่ายครู ขอเรียกร้องให้
1.ให้ดำเนินการพักหนี้ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการ ช.พ.ค. โดยเร่งด่วน
2.รัฐบาลประกาศพักหนี้ครูเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นให้ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 1 เหมือนเกษตรกร
3.ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐบาล แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินครู พร้อมทั้งประกาศเป็นวาระแห่งชาติภายในเดือนตุลาคม 2561 นี้
ก่อนที่จะมีการกล่าวปฏิญญามหาสารคาม โดยนายสุริยนต์ สุวรรณวงศ์ ประธานชมรมครูภาคกลาง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ ตามที่ปรากฏคลิปที่แพร่กระจายออกไป โดยมีสโลแกนร่วมกันว่า "ปลดหนี้ครู ปลดหนี้ กยศ. ปลดแอกการศึกษาไทย"
ดร. นางนริศรา ดวงบุปผา ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวสดิภาพและสัวสดิการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา เปิดเผยว่า ไม่สามารถให้คำตอบได้ ต้องให้เลขาส่วนกลางเป็นคนตอบและชี้แจง
นายอวยชัย วะทา เปิดเผย่า กรณีของตนเอง กู้เงินมาจำนวน 1.2 ล้านบาท หักเงินเดือนละกว่า 7,000 บาท ซึ่งส่งเงินมาแล้วระยะเวลา 7 ปี เงินต้นลดลงเพียง 100,000 บาท ยอดหนี้ยังอยู่ที่ 1.1 ล้านบาทนอกจากนี้ยังบังคับให้ทำประกันชีวิตอ้างว่า เพื่อประกันความเสี่ยงของธนาคารออมสิน โดยบังคับหักเงินค่าประกัน 10 ปี งวดเดียว 80,000 -200,000 บาท รวมแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท โดยผู้กู้ไม่ได้รับประโยชน์หรือดอกผลจากเงินจำนวนดังกล่าวเลย
แต่ผู้ได้รับประโยชน์มหาศาลคือ บริษัทประกัน ธนาคารออมสินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สกสค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีโครงการระดมทุน หรือโครงการร่วมทุนจากผู้กู้ ครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มพูนรายได้หรือหาทางปลดเปลื้องหนี้สินและเพิ่มพูนรายได้อย่างเป็นระบบนอกจากโครงการขายบ้าน ขายรถ ขายประกัน และโครงการส่งเสริมการเป็นหนี้อื่นๆ ซึ่งยิ่งแต่จะสร้างภาระหนี้สินทับซ้อนขึ้นไปยิ่งกว่าเดิมอีก