ความคืบหน้าชมรมพัฒนาสตรีและเด็กจังหวัดสุรินทร์พร้อมด้วยผอ.สวท. สุรินทร์สองตายายที่ชรามากแล้วอาศัยกันอยู่สองคนไร้ญาติ ไร้ลูกหลาน ซ้ำร้ายยายก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเคลื่อนตัวไปไหนไม่ได้ มีแต่ตาผู้เป็นคู่ชีวิตที่คอยดูแลเพียงลำพัง บ้านหลังนี้มีเพียง นายทวน ยืนยง อายุ 87 ปี กับภรรยาชื่อนางล้อย ยืนยง อายุ 67 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด นอนอยู่ใต้ถุนบ้าน มีลูก 1คนไปทำงานที่ กทม.นานมากแล้ว ไม่เคยได้กลับบ้านมาดูแลเลย
ทุกวันนี้ สองตายายอยู่กันอย่างยากลำบาก มีเพียงตาที่คอยดูแล หุงหาอาหาร เช็ดตัว เช็ดอุจาระให้ รายได้หลักมาจากเบี้ยผู้สูงอายุอย่างเดียวที่ได้พอประทังชีวิตในแต่ละเดือน รายได้อื่นๆไม่มีเพราะแก่มากแล้ว ไปรับจ้างที่ไหนก็ไม่มีใครจ้างบางครั้งก็มีชาวบ้านนำอาหารมาให้บ้างตามมีตามเกิด ส่วนบ้านเป็นบ้านไม้กึ่งสองชั้นสภาพเก่าทรุดโทรม ด้านบนบ้านผนังกั้นกับแผ่นเรียบด้านล่างกั้นกับสังกะสีที่ค่อนข้างจะเก่าผนังบ้านที่ผุพังไปบางส่วน เวลาฝนตกน้ำจะสาดเข้ามาในบ้านและท่วมด้านล่างบ้านและห้องน้ำเป็นประจำทุกครั้งจึงอยากวอนผู้ที่ใจบุญและหน่วยงานต่างเข้าช่วยเหลือ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2561 ที่บ้านเพี้ยราม บ้านเลขที่ 22 ม.1 ต.เพื้ยราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ น.ส.กัญญาณัฐ นิลวัฒน์ ประธานชมรมพัฒนาสตรีและเด็กจังหวัดสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือสองตายาย คุณยายป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย อาศัยอยู่กันสองคนความเป็นอยู่ลำบากมาก โดนเฉพาะที่อยู่อาศัย ทางชมรมพัฒนาสตรีและเด็กจังหวัดสุรินทร์ ได้มอบความช่วยเหลือเบื้องต้น มอบเงินสมทบทุนสร้างบ้านจำนวน30,000บาท พร้อมถุงยังชีพและเงินไว้ค่าใช้จ่ายอีก3,000บาท พร้อมทั้งกล่าวขอให้ตายายสุขภาพแข็งแรง
จากนั้นนางสาวสมธิดา จะเกรง ผอ.สวท. สุรินทร์ พร้อมด้วย นางสาวรัชดาวัลย์ มีเหลี่ยมงาม จิตอาสาเราทำดีด้วยหัวใจได้นำเครื่องนอนและของใช้ที่จำเป็น เยี่ยม นางล้อย ยืนยง ยายวัย 67 ปี ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายบ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 1 บ้านเพี้ยราม ตำบลเพี้ยราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ยายล้อย ยืนยง อาศัยอยู่กับ นายทวน ยืนยง ตาวัย 87 ปี เป็นคู่ชีวิตที่คอยดูแลเพียงลำพัง คอยหุงหาอาหาร เช็ดเนื้อ เช็ดตัวให้ โดยยาย จะอาศัยหลับนอนใต้ถุนบ้าน