ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านเลขที่ที่ระบุในทะเบียนบ้านของ จ่าเอกสมาน เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่ใช่บ้านพักของ จ่าเอกสมาน แต่อย่างใด โดยเป็นของ นายปราโมทย์ รัตนสมบัติ อายุ 62 ปี และนางจิลาวัณย์ รัตนสมบัติ อายุ 61 หรือ พ่อโมทย์ แม่แดง ซึ่งเป็นอดีตโค้ชผู้ฝึกสอน จ่าเอกสมาน ขณะเป็นนักกีฬาแข่งขันจักรยานของการกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัดชลบุรี
นายปราโมทย์ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวรู้จักกับ จ่าเอกสมาน มากว่า10 ปีแล้ว เดิมที จ่าเอกสมาน เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด แต่มารับราชการทหารที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และได้เข้าเป็นนักกีแข่งขันจักรยานประจำจังหวัดชลบุรี เลยจำต้องย้ายสำมโนครัว มาอยู่ในทะเบียนของตนดังกล่าว โดย จ่าเอกสมาน จะมาฝึกซ้อมจักรยานที่บ้านตนเป็นประจำ ทำให้มีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดี จนจ่าเอกสมานได้เรียกตนว่า พ่อ และเรียก นางจิลาวัณย์ว่า แม่ แต่หลังจากมีการเปิดท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จ่าเอกสมาน ได้ออกจากทีมแล้วย้ายไปประจำอยู่ที่สนามบินในที่สุด โดยหลังจากนั้นก็ได้มีการติดต่อกันอยู่เป็นประจำ ทั้งทางโทรศัพท์หรือทางโซเชียล เมื่อตนเดินทางไปต่างประเทศ จ่าเอกสมาน จะคอยดูแลที่สนามบินเป็นอย่างดี
ล่าสุดตนเองได้ทราบข่าวว่า จ่าเอกสมาน ได้เป็นตัวแทนไปปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวง พวกตนก็รู้สึกดีใจ ที่จ่าเอกสมาน ยังคงใช้ความสามารถที่เคยฝึกฝนมาช่วยเหลือผู้อื่น แต่หลังจากมีข่าวว่า จ่าเอกสมาน ได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ ก็รู้สึกตกใจ ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก จ่าเอกสมาน เป็นคนจิตใจดี ใจสู้ ร่างกายแข็งแรง และเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ เป็นที่รักของเพื่อนพ้องพี่น้องทุกคน ไม่คาดคิดว่าจะเสียชีวิตในวัยเพียง 38 ปี อย่างไรก็ตาม ตนและครอบครัว จะเดินทางไปร่วมงานพิธีศพอย่างแน่นอน