ตัวแทนสหภาพยุโรป สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลุ่มประเทศอาเซียนกว่า 10 ประเทศ ประกอบไปด้วย กัมพูชา อินโดนีเชีย สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ซึ่งรวมถึงคณะผู้แทนจากประเทศผู้นำเข้าสินค้าไม้ เช่น ประเทศจีน ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมระดับนานาขาติมาประชุม เพื่อแสดงเจตจำนงค์ร่วมกันในการปราบปรามการทำไม้เถื่อน และการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำไม้เถื่อนภายใต้แผนปฏิบัติการในประเทศของแต่ละประเทศ และแผนรวมของทั้งภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 3 - 5 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมคุ้มพญา รีสอร์ท แอนด์ สปา เซ็นทารา บูติก คอลเลชั่น จ.เชียงใหม่
นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ว่า จะเน้นไปในด้านแนวทางของแต่ละประเทศที่จะรับรองความถูกต้องตามกฎหมายของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในภาคสมัครใจกับสหภาพยุโรป ซึ่งอยู่ในแผนปฏิบัติการ ในการบังคับกฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาลและการค้าของสหภาพยุโรป โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรผู้ปลูกป่า และภาคประชาสังคมอื่นๆ ร่วมรายงานความคืบหน้าในแผนปฏิบัติการดังกล่าว รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ในแต่ละประเทศ
สำหรับประเทศไทยนั้น กระบวนการข้อตกลงความร่วมมือภายใต้ความสมัครใจกับสหภาพยุโรป เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ 2556 และเมื่อวันที่ 21-22 มีนาคมที่ผ่านมาได้มีการจัดการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระหว่างประเทศไทย และสหภาพยุโรป และในเดือนกรกฎาคม2561 นี้จะมีการจัดประชุมการเจรจาการทำข้อตกลงเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป ครั้งที่2 ระหว่างประเทศไทยกับสภาพยุโรป ขึ้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับเรื่อง FLEGT ในภูมิภาคนี้ ประเทศอินโดนีเซียถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้รับใบอนุญาตรับรองการทำไม้ที่ถูกต้อง ภายใต้เงื่อนไขของ FLEGT ส่วนประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ อีก 5 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย อยู่ในระหว่างกระบวนการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว
นอกจากนั้นจะมีการเสนอความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการ FLEGT การให้ทุนสนับสนุน รวมถึงนโยบายอื่นๆ ของสหภาพยุโรป และแผนงานของกลุ่มประเทศอาเซียนในการบังคับใช้กฎหมาย และธรรมาภิบาลระหว่างปี 2559-2568 ซึ่งการประชุมรัฐมนตรีระดับอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ได้รับแผนดังกล่าวเมื่อปี พ.ศ 2559 รวมถึงแผนงานเริ่มต้นต่างๆ เช่น หลักการปฏิบัติโดยสมัครใจว่าด้วยการป่าไม้และการทำไม้ของบริษัทเอกชนในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ให้คำมั่นสัญญา ในการต่อต้านการทำไม้และการค้าไม้ที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมาย และธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งเรื่องหนึ่งที่จะต้องให้ความสำคัญอย่างมากคือ การนำเข้าไม้ทั้งในภูมิภาค และนอกภูมิภาค นายประลองกล่าว
นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สหภาพยุโรปทำงานร่วมกับประเทศเศรษฐกิจ รวมทั้งประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาลและการค้า (FLEGT) ในการส่งเสริมความร่วมมือกันในภูมิภาคต่อต้านการทำไมเถื่อน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำไม้เถื่อน รวมทั้งการจัดทำแผน 10 ปี ที่จะมุ่งไปสู่ความก้าวหน้าในระดับโลกเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยประเด็นที่จะพิจารณา ประกอบไปด้วย ความท้าทายของบริษัททำไม้ขนาดเล็กในลุ่มน้ำโขง การมีส่วนร่วมของภาคสังคมและภาคเอกชนในการจัดทำระบบเพื่อยืนยันความถูกต้องของการทำไม้ และความช่วยเหลือของสหภาพยุโรปในการดำเนินการของ FLEGT ในภูมิภาคอาเซียน สมาชิกอาเซียนได้ให้การรับรองที่จะพัฒนาการทำไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนคณะทำงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไม้ของอาเซียนเองก็มีหน้าที่โดยตรงในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมีกรอบการทำงานภายใต้ข้อตกลงต่างๆในเรื่องการปราบปรามการทำไม้ที่ผิดกฎหมาย หรือการค้าไม้ที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น ตัวชี้วัดและประเภทการทำไม้ที่ถูกกฎหมายในอาเซียน แนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามการออกใบรับรองไม้ และแนวทางสำหรับห่วงโซ่การคุ้มครองพยานหลักฐานในการทำไม้ที่ถูกต้องและยั่งยืน
FLEGT ยังให้การสนับสนุนเพื่อที่จะลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ คุ้มครองสิทธ์และเพิ่มความโปร่งใส และในแผนปฏิบัติการดังกล่าว ยังกล่าวรวมถึงมาตรการด้านอุปสงค์ทางการตลาด เช่น กฎระเบียบการทำไม้ในสหภาพยุโรป ซึ่งห้ามผู้ผลิตในประเทศยุโรปสั่งซื้อไม้ที่ผิดกฎหมายมาจำหน่ายในประเทศยุโรป รวมทั้งข้อตกลงความร่วมมือภายใต้ความสมัครใจกับประเทศนอกสหภาพยุโรปที่แสดงเจตจำนงในการพัฒนาระบบที่เอื้อต่อการทำไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมายและการส่งออก โดยผลิตภัณฑ์ไม้ที่จะส่งออกไปยังตลาดยุโรปจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีใบอนุญาตจาก FLEGT เท่านั้น