พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มี น.ส.เปรี้ยว (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 30 ปี อาชีพขายเสื้อผ้าออนไลน์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ว่า ได้เดินทางมานั่งกินหมูจุ่มกับแฟนหนุ่มที่ถนนลาดหญ้า จากนั้นได้มีปากเสียงกันจึงตัดสินใจลุกจากโต๊ะเดินเท้าหนีแฟนไปตามถนนลาดหญ้า มุ่งหน้าไปทางสะพานลอยคนข้ามปากซอยสารภี 2 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม.โดยระหว่างที่เดินเท้าอยู่นั้นก็คุยโทรศัพท์มือถือทะเลาะกับแฟนหนุ่มไปด้วยทำให้ไม่ได้ระมัดระวังตัว กระทั่งเดินขึ้นสะพานลอยไปก็มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัด ลักษณะผมบาง ตามมาประกบกอดรัดจากทางด้านหลัง ชักมีดพับปลายแหลมออกมาจี้ที่เอว ก่อนชิงทรัพย์เป็นเงินสด 1,000 บาท จากในกระเป๋าเงินไป
"แทนที่คนร้ายได้เงินแล้วจะหนีไป กลับบังคับให้ผู้เสียหายถอดเสื้อที่สวมใส่ออก แล้วถลกเสื้อชั้นในลงเพื่อกระทำอนาจารบริเวณหน้าอกของผู้เสียหาย ตรงกลางสะพานลอย และพยายามจะข่มขืนกระทำชำเราด้วย แต่โชคดีที่ น.ส.เปรี้ยว มีไหวพริบ ชวนคนร้ายพูดคุยบ่ายเบี่ยงยื้อเวลา โดยเหตุผลอ้างสารพัดว่า ตนเองเพิ่งผ่าตัดช่องท้อง ทำให้ยังมีอาการบาดเจ็บ และหากคนร้ายต้องการจะมีความสัมพันธ์ด้วยจริงๆ ก็ขอให้ไปเปิดโรงแรมและใส่ถุงยางอนามัยให้ถูกสุขลักษณะ จนคนร้ายเกิดความรำคาญและกลัวว่าจะมีชาวบ้านเดินขึ้นสะพานลอยมาพบจึงตัดสินใจผละออกจากผู้เสียหายและเดินลงจากสะพานลอยหลบหนีเข้าไปในซอยสารภี 2" พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิยศ กล่าวว่า หลังรับแจ้งความทางฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายชัดเจน จึงทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายไพศาล เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือน เม.ย.61 ฝ่ายสืบสวนเคยเชิญตัวมาทำประวัติและพาเข้าโครงการสมัครใจบำบัดยาเสพติดประเภทยาไอซ์มาแล้ว ครั้งหนี่ง จากนั้นเมื่อนำภาพของ นายไพศาล ให้ น.ส.เปรี้ยว ดู ก็สามารถยืนยันตัวบุคคลได้อย่างถูกต้อง จึงเร่งให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับจากศาลและติดตามไปจับกุมตัวขณะเดินเตร็ดเตร่อยู่ในซอยสารภี 2 ไม่ไกลจุดเกิดเหตุ หลังก่อเหตุไม่ถึง 24 ชั่วโมง