พอตนทราบข่าวว่าทีมค้นหาได้พบตัวกลุ่มนักเรียนและโค้ชแล้ว เมื่อคืนวันที่ 2 ก.ค.ก็รู้สึกดีใจ ก็มีความห่วงใยอยู่ตลอดเวลา รวมถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ก็ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ติดตามการค้นหาอย่างใกล้ชิด เพื่อว่าเมื่อเด็กออกจากถ้ำได้แล้วก็จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือสนับสนุนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างไรบ้าง
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สพฐ.รวบรวมเงินบริจาคซึ่งเป็นน้ำใจจากเพื่อนครูทั่วประเทศผ่านเขตพื้นที่การศึกษา ผ่านเข้าบัญชีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงราย เขต 3 ไว้แล้ว รวมเป็นเงินกว่า 6 แสนบาท
โดยเบื้องต้นได้ให้ สพป.เขต 3 จ.เชียงราย นำเงินไปมอบให้กับครอบครัวเด็กและโค้ช รวม 13 คน ครอบครัวๆ ละ 1 หมื่นบาท เพื่อให้ปกครองใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วงที่รอเจ้าหน้าที่ค้นหาตัวเด็ก เพราะคิดว่าในช่วงที่เด็กติดอยู่ในถ้ำพ่อแม่ผู้ปกครองก็คงจะไม่มีกะจิตกะใจไปทำมาหากินได้ตามปกติ รายได้ที่เคยเกิดขึ้นในแต่ละวันก็อาจจะลดไป หรือรายจ่ายที่ไม่เคยมีก็อาจจะเกิดขึ้นในช่วงนั้น
และหลังจากที่พาเด็กๆ ออกมาจากถ้ำได้แล้ว เชื่อว่าผู้ปกครองก็จะยังคงมีภาระในการเดินทางไปดูแลลูกๆ ที่โรงพยาบาลในช่วงฟื้นฟูร่างกาย ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางอีก ดังนั้น สพฐ.จะนำเงินที่เหลืออีกประมาณ 5 แสนบาท ไปสนับสนุนในการใช้ชีวิตระหว่างพักฟื้นร่างกายจิตใจของเด็กกลุ่มนี้อีก ส่วนการช่วยเหลืออย่างอื่นนั้น กำลังรอนโยบายจาก รมว.ศึกษาธิการ อยู่ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติม
ส่วนเรื่องการเรียนของเด็กๆ นั้น ถึงแม้เด็กจะขาดเรียนไปกว่า 1 สัปดาห์ และขณะนี้ใกล้ช่วงสอบกลางภาค แต่ตนมองว่าไม่เป็นปัญหาใหญ่ โดยตนได้ขอให้ทางโรงเรียนจัดครูไปช่วยสอนเสริมหรือทบทวนบทเรียนเพื่อให้เด็กได้เรียนทันเพื่อนๆ จึงไม่น่าจะมีผลกระทบเรื่องการเรียน ส่วนโค้ชที่คอยดูแลเด็กๆ ช่วงที่ติดอยู่ในถ้ำ ทราบว่าไม่ได้เป็นข้าราชการ สังกัดเอกชน แต่ก็ต้องขอบคุณที่คอยดูแลเด็กๆ ขณะติดอยู่ในถ้ำ และรอการข่วยเหลือโดยไม่มีอันตรายเกิดขึ้นกับเด็กๆ