ภาคธุรกิจสหรัฐเตือนมาตรการภาษีของทรัมป์ จะจุดชนวนสงครามการค้าโลก
03 ก.ค. 2561 | te

ภาคธุรกิจสหรัฐเตือนมาตรการภาษีของทรัมป์ จะจุดชนวนสงครามการค้าโลก หลัง EU ขู่รีดภาษีสินค้าสหรัฐมูลค่า 294,000 ล้านดอลลาร์ หากทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรป
ข่าว
03 ก.ค. 2561 | te

ภาคธุรกิจสหรัฐเตือนมาตรการภาษีของทรัมป์ จะจุดชนวนสงครามการค้าโลก หลัง EU ขู่รีดภาษีสินค้าสหรัฐมูลค่า 294,000 ล้านดอลลาร์ หากทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรป
ทั้งแคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป และจีน ต่างประกาศตอบโต้สหรัฐ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐในสัปดาห์นี้ ประเดิมมูลค่ากว่า 75,000 ล้านดอลลาร์
เฟดเผยผลทำ Stress Test ระบุดอยซ์แบงก์ซึ่งเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของเยอรมนี สอบตกการทดสอบภาวะวิกฤติสำหรับการดำเนินงานที่อยู่ในสหรัฐ
1. หอการค้าสหรัฐแสดงปฏืกริยาเป็นครั้งแรกเตือนมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นชนวนจุดสงครามการค้าโลก หละงจากที่หลายประเทศออกมาตอบโต้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าของสหรัฐ
รายงานผลการศึกษาของหอการค้าสหรัฐ ชี้ว่าการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก อลูมิเนียม สินค้าจากจีน รวมถึงเตรียมการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จากต่างประเทศ อาจจะกระตุ้นให้เกิดสงครามการค้าโลกได้ เพราะทั้งแคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป และจีน ต่างประกาศตอบโต้สหรัฐ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐในสัปดาห์นี้ เป็นมูลค่ากว่า 75,000 ล้านดอลลาร์
2. ขณะที่โทมัส เจ โดโนฮิว ประธานหอการค้าสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่าจะเป็นภาระที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และยังก่อให้เกิดการเรียกเก็บภาษีเป็นลูกโซ่ ซึ่งจะทำให้เกิดสงครามการค้าโลกที่สร้างความเสียหายกับการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐ
โดยสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐกำลังดำเนินการขู่ที่จะทำลายความก้าวหน้าของเศรษฐกิจ ทั้งที่ถึงเวลาที่จะใช้มาตรการอย่างชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาทางการค้ากับประเทศพันธมิตร
นอกจากนี้ สมาพันธ์ธุรกิจสหรัฐราว 60 กลุ่ม ร่วมกับสภาการค้าสากลแห่งชาติ ได้เรียกร้องต่อสภาคองเกรสใช้อำนาจควบคุมดูแลมาตรการภาษีของประธสนสํบดีทรัมป์ และนโยบายการค้าอื่นๆ
3. ทางด้านสหภาพยุโรป (EU) ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมูลค่า 294,000 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่ากับ 19% ของสินค้าส่งออกของสหรัฐในปี 2017 หากประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่มมาตรการจัดเก็บภาษีรถยนต์ที่นำเข้าจากยุโรป
คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับนโยบายการค้าของ EU ระบุในหนังสือเตือนที่ส่งไปยังสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากเดือนมิถุนายน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 20% กับรถยนต์ที่นำเข้าจาก EU เพื่อตอบโต้การที่ EU เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ
4. ดอยซ์แบงก์ในสหรัฐไม่ผ่านผลการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) รอบที่ 2 จากการประเมินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า เฟดได้ขึ้นบัญชีดอยซ์แบงก์ที่เปิดการดำเนินงานในสหรัฐ ติดอยู่ในกลุ่มธนาคารที่กำลังประสบปัญหาการเงิน
ส่งผลราคาหุ้นดอยซ์แบงก์ทรุดตัวลงมากกว่า 4.5% ในวันจันทร์ที่ผ่านมาจากกระสข่าวดังกล่าว ทั้งนี้ ราคาหุ้นดอยซ์แบงก์ได้ร่วงลงเกือบ 40% นับตั้งแต่ต้นปีนี้
โดยผลการทดสอบภาวะวิกฤติ ก็เพื่อผลักดันให้ธนาคารและสถาบันการเงินี่ทำธุรกิจในสหรัฐต้องมีการเพิ่มทุนไว้เป็นกันชน เพราะหากสถาบันการเงินใดไม่ผ่านการทดสอบก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อคืนหุ้น หรือเพิ่มการจ่ายเงินปันผล
5. ขณะที่มีธนาคารใหญ่ 34 แห่งจาก 35 แห่งผ่านการทดสอบ โดยการทดสอบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติการเงินซ้ำรอยปี 2008 ขณะที่ Goldman Sachs และ Morgan Stanley ที่สามารถผ่านการทดสอบอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งเฟดกำหนดให้ธนาคารทั้ง 2 แห่งจ่ายเงินปันผลที่ไม่สูงกว่าระดับในปีที่แล้ว
โดยหุ้นกลุ่มธนาคารสหรัฐพุ่งขึ้นในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในวันจันทร์ หลังจากที่ธนาคารเหล่านี้สามารถผ่าน Stress Test รอบที่ 2 ของเฟด ทั้งราคาหุ้น Bank Of America, Citigroup และ JPMorgan พุ่งขึ้น 1% ขณะที่ Wells Fargo พุ่งขึ้นถึง 3.9% เนื่องจากธนาคารหลายแห่งได้เปิดเผยแผนการซื้อคืนหุ้น หรือเพิ่มการจ่ายเงินปันผล หลังจากผ่านการทดสอบ