เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้ว่าฯเชียงราย เผยข่าวดี! ภารกิจช่วย "ทีมหมูป่า" เป็นไปตามเป้า

01 ก.ค. 2561 | jirasin_yin

ผู้ว่าฯเชียงราย เผยข่าวดี! ภารกิจช่วย "ทีมหมูป่า" เป็นไปตามเป้า

เมื่อเวลา 16.30น. วันที่1 กรกฎาคม 2561 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงว่า ขอยืนยันว่าวันนี้มีผลงานคืบหน้าไปในทางที่ดีมากๆ ส่วนที่สูบน้ำได้ดี ลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาพอากาศของวันนี้เป็นใจ มีแดดให้เห็นทั้งวัน หวังว่าในพรุ่งนี้ถ้าเป็นแดดแบบวันนี้ จะทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังชาวบ้านถึงน้ำที่จะปล่อยออกไป พร้อมที่จะรับผิดชอบหากประชาชนเดือดร้อน

ส่วนการดำน้ำนอกจากหน่วยซีล ยังมีนักประดาน้ำจาก ต่างประเทศมาช่วยมากมาย ส่วนของไทย มีมนุษย์กบเกือบ 60 นาย จากตอนแรก มีแค่ 18 นาย และสถาปนาห้องโถงที่ 3 เป็นจุดปฏิบัติงานของหน่วยซีล ซึ่งหน่วยซีลยืนยันว่า จะรุกคืบไปอย่างต่อเนื่อง


ส่วนกองทัพบก ที่ส่งทีม 30-40 ทีมในการหาปล่องหรือโพรง ตามที่มีคนเเจ้งมาจำนวนมาก ก็ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตามที่บอก แต่มี 2 จุดที่เป็นไปได้ มีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง มีการขยายผลอยู่ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าคืบหน้าไปแล้วเท่าไหร่ แต่มีหน่วยแพทย์ไปสนับสนุนด้วย


ส่วนที่สอง สำหรับใครก็ตามที่มีการนำกล้องอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนมาด้วย หากอากาศเปิด ก็สามารถนำขึ้นได้ แต่ขอให้ทำให้ถูกต้อง และแจ้งขึ้นทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกลัวว่าโดรนที่บินจะขึ้นไปขัดขวางอากาศยานของเจ้าหน้าที่


ที่สำคัญคือ เน้นย้ำเรื่องการเปิดรับบริจาค ซึ่งไม่มีอย่างเเน่นอน หากมีใครอ้างว่า ขอรับบริจาคเพื่อมาช่วยปฏิบัติภารกิจนี้ จะนำมาดำเนินคดีทันที และการจัดโซนพื้นที่ หน้าถ้ำ ขอจัดโซนไว้ให้ผู้นำจิตวิญญาน และญาติเท่านั้น ไม่อนุญาตให้สื่อหรือผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป

และขอร้องเกี่ยวกับเรื่องของการเผยแพร่สิ่งที่จะสร้างความเสียหายเกิดจากความเข้าใจผิด  โดยเฉพาะล่าสุดทราบว่ามีกระแสดราม่า จากเจ้าหน้าที่จีนที่เข้ามาช่วยเหลือในการดำน้ำ ซึ่งเป็นมังสวิรัติ แต่เจ้าหน้าที่กลับให้เขากล่องเปล่าไปถูกเผยแพร่ และสร้างความเสียหายอย่างมาก ซึ่งแท้จริงแล้วนั้นโรงครัวต่างๆ ที่ทางศูนย์แห่งนี้มีสามารถเลี้ยงผู้คนได้ถึง 3.000-4.000 คนต่อวัน และไม่ว่าจะเป็นอาหารมังสวิรัติอาหารอิสลามหรืออาหารประเภทไหนก็ทำให้ได้  จึงขออย่าให้สร้างความขัดแย้งจากเรื่องที่ไม่เป็นจริง






ด้าน พล.ต.สุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ในส่วนของหน่่วยซีล มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ไปที่โถง 3 แล้ว แม้จะไปจุดอื่นได้ช้าไม่ได้หมายความว่าไม่สำเร็จ ตอนนี้ ไปได้อีก 600 เมตรแล้ว ในส่วนของกำลังทั้งหมดที่ไปด้านบน มีกำลังจากทหารบกจจาก ชร. ,รบพิเศษ ลพบุรี ,อากาศยานฝูงการบินลพบุรี ในการขนยุทโธปกรณ์ ไป  ซึ่งวันนี้ จะทดสอบยกหิ้วลำเลียงทางอากาศ ซึ่งในทุกโซนที่มี ปชช.แจ้งมา มีโพรงมีถ้ำจำนวนมาก ได้มีการคะเนดูจากความเป็นไปได้ และเข้าสำรวจ 2-3 ถ้ำ ซึ่งถ้ำที่พบว่า ไปได้ลึกสุด ก็จะใช้เครื่องมือจาก กฟผ.ส่องดูเส้นทางต่อ ซึ่งวิธีการเข้าก็มีการคำนวนมาเรียบร้อย ว่าพิกัดปล่อง ตรงกับส่วนใดของถ้ำ และมีการใช้อุปกรณ์สแกนพื้นผิวถ้ำ เพื่อให้หาเส้นทางอื่นๆ ของถ้ำให้ได้


ในส่วนของการระบายน้ำ กำลังของทหารบก ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกอุปกรณ์ ในการสูบน้ำออก และยังมี ไปเปิดพื้นที่แห่งใหม่ ที่ถ้ำทรายทอง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อระบายน้ำให้เร็วขึ้น และได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบจากเอกชน ( ท่อพยานาคสูบซิ่ง ) มีการเจาะบาดาลระบายน้ำออก เชื่อว่า น้ำเชื่อมต่อกันกับถ้ำหลวงการเจาะออกน่าจะช่วยให้น้ำระบายเร็วขึ้น


นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า น้ำที่อยู่ในถ้ำ มีการเจาะน้ำบาดาลเพื่อระบายน้ำ และการสำรวจนอกถ้ำ ส่วนของกรมอุทยานฯ ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจทางดอยผาหมี และไปเจอลำห้วยซึ่งเป็นลำห้วยสายเล็กๆ 2 สาย จากการไปตรวจสอบโดยกรมทรัพยากรธรณี พบว่าช่วงหนึ่งของน้ำหายไป ประมาณร้อยละ 60 คาดว่าอาจจะหายเข้าไปในถ้ำ จึงมีการนำท่อเพื่อจะเบี่ยงน้ำประมาณ 300 เมตร และทำฝายเล็กๆ เพื่อให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไม่เข้าถ้ำ ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกันน้ำไม่ให้เข้าถ้ำ ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและต่อท่อ คาดว่า จะเสร็จในทันทีวันนี้


นายกอบชัย บุญอรนะ  รองอธิบดีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายสนับสนุนเป็นเลขาของท่านผู้ว่าจังหวัดในปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักรสหรัฐอเมริกาและอื่นๆซึ่งเราก็น้อมรับการสนับสนุนจากทุกที่และทฤษฎีต่างๆในการช่วยเหลือซึ่งจะมีการประชุมหารือแนวทางต่างๆและวิธีการต่างๆอุปกรณ์ต่างๆที่จะเข้ามาเสริมในประกาศทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือ 13 ชีวิต ซึ่งเป็นหลักการภารกิจหลัก


โดยในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเอง สนับสนุนทั้งวัสดุยุโธปกรณ์และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ระดมช่วยเหลือในแทบทุกภารกิจไม่ว่าจะภายนอกหรือในถ้ำ โดยเฉพาะการสูบพร่องน้ำจากบริเวณใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นตาองทัมที่อยู่ใกล้กับถ้ำหลวงหรือการท่องน้ำจากอ่างน้ำพุและจากขุดเจาะบ่อบาดาลซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนให้น้ำในถ้ำลดลงอย่างรวดเร็ว


ส่วน พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ตามที่มีกระแสความมสงสัยว่าพื้นที่ตรงนี้นั่นเกี่ยวข้องหรือไม่กับพื้นที่สีแดง หรือมีสิ่งใดที่เจ้าหน้าที่ปิดบัง จึงขอเรียนว่า ในส่วนเรื่องคดีการจับกุม ผู้ต้องหายาเสพติด เมื่อปี 2560 ตอนนี้ผู้ต้องกาอยู่ระหว่างชั้น 3 ตามข่าวคือ ยาเสพติดออกจากถ้ำ แต่จริงๆ ยามาจากบ้านน้ำจำ ซึ่งกรณีนี้ ผู้ต้องหามาคนเดียว ยา 1 ล้านเม็ด วิ่งมาจากถนนพหลโยธิน และไม่เคยปรากฏข้อมูลข่าวสารหรือข้อเท็จจริงจากภาค 5 เกี่ยวกับเส้นทางลำเลียงยาเสพติดแต่อย่างใด


ขณะที่สภาพภูมิประเทศของเทือกเขาเเดนลาว เเบ่ง ไทย พม่า เป็นเขาสูงชันตามช่องเขา หรือหุบเขา โดยในอดีตเมื่อ 3-4 ปีก่อน มีการลักลอบลำเลียงยาของชนกลุ่มน้อย เข้ามาในพื้นที่ไทย ผ่านสันเขา ช่องเขา ไม่ใช่การลอด มุด มาตามถ้ำ และปัจจุบัน พื้นที่แห่งที่ กกล.ผาเมือง เป็นผู้ดูเเล มีกำลังอยู่เต็มพื้นที่ มีการจับยา และผตห.รายสำคัญๆ อย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับถ้ำหลวงแต่อย่างใด


"ส่วนข้อสงสัย ในเรื่องที่มีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ 16 นาย ตชด.32 ตอนสำรวจ ขอชี้แจงว่าภารกิจดังกล่าว เจอช่องตัน จึงถอนกำลังตามภารกิจ สุดท้าย ในตำแหน่งของตัวเอง ยืนยันว่าถ้ำหลวงแห่งนี้ ไม่ใช่เส้นทางลำเลียง พัก ซุกซ่อน ยาเสพติดแต่ประการใด และไม่ใช่พื้นที่สีแดงแต่อย่างใดทั้งสิ้น"พล.ต.ต.ชูรัตน์ กล่าว


ข่าวล่าสุด