นายสุรทิน ชัยชมพู นายกสมาคมน้ำบาดาลไทย พร้อมด้วยลูกทีมยังคงนำอุปกรณ์ไปทำการขุดเจาะตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากจะระดมขุดเจาะตรงด้านหน้าของปากถ้ำหลายจุด จนทำให้พบน้ำไหลออกมาหลังจากขุดลึกลงไปประมาณ 42 เมตร และเร่งระบายน้ำออกมาควบคู่กับน้ำที่สูบออกจากถ้ำโดยตรงแล้ว ล่าสุดนอกจากสมาคมดังกล่าวแล้ว ยังมีทีมท่อซิ่ง นครปฐม จ.นครปฐม ได้นำอุปกรณ์เครื่องมือไปทำการขุดเจาะน้ำบาดาลบริเวณขุนน้ำนางนอน ซึ่งเป็นตาน้ำที่อยู่ห่างจากถ้ำหลวงประมาณ 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากเชื่อว่าเป็นทางน้ำใต้ดินที่รับน้ำที่ไหลมาจากบริเวณถ้ำดังกล่าว
โดยสมาคมน้ำบาดาลไทยได้มีการขุดเจาะบริเวณดังกล่าว เมื่อรวมกับบริเวณหน้าถ้ำรวมแล้วจำนวน 7 บ่อ โดยที่บริเวณขุนน้ำนางนอนพบเว่าพื้นชั้นบนสุดเป็นดินแตกต่างจากบริเวณหน้าถ้ำที่เป็นชั้นหินหนา โดยขุดลึกลงไปตั้งแต่ 40-80 เมตร โดยใช้ระยะเวลาขุดเจาะไม่นาน ก็ทำให้เกิดน้ำโพยพุ่งออกมาเหมือนน้ำพุสามาถระบายน้ำจากภูเขาออกมาสู่แหล่งน้ำที่พื้นราบได้เป็นอย่างดี ขณะที่ทางทีมท่อซิ่ง นครปฐม ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำสนับสนุนจำนวน 2 เครื่อง เข้าทำการสูบน้ำภายในถ้ำทรายทองซึ่งเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร เพราะเชื่อว่าน้ำจากถ้ำที่อยู่ใกล้เคียงกันจะไหลเชื่อมต่อถึงกันได้
วันเดียวกันมูลนิธิชัยพัฒนาและองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ได้นำท่อสูบน้ำแรงดันสูงที่เรียกว่า "เทอร์โบเจ็ต" จากโครงการพระราชดำริ จ.ลพบุรี จำนวน 13 ท่อไปสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว โดยนายอดิศร ศิรินันทนาพร ผู้ประสานงานในการนำท่อมาติดตั้ง ระบุว่าท่อดังกล่าวไ ด้มีนายนพดล นิยมค้า ชาวบ้านแหลม จ.เพชรบุรี คิดค้นขึ้นแห่งเดียวในประเทศไทยและเนื่องจากเวลากระทันหันจึงได้ลำเลียงมาในจำนวนดังกล่าวเพื่อจะนำไปติดตั้งภายในถ้ำต่อไป