จีนยังคงไม่เห็นด้วยกับมาตรการเข้มงวดด้านการลงทุนจากต่างชาติของสหรัฐที่อ้างเรื่องความมั่นคงของชาติ ขณะที่ตลาดมองว่า จีนอาจตกเป็นเหยือของการสกัดกั้นการลงทุนในสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์จีนจับตานโยบายกีดกันการลงทุนของสหรัฐอย่างใกล้ชิด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


ขณะที่ทรัมป์ได้ขอให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎกหมาย เพื่อปกป้องกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความสำคัญจากการเข้าซื้อของต่างชาติ แต่จะยังไม่ออกคำสั่งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติในขณะนี้

NATO ขานรับการประชุมซัมมิตทรัมป์และปูติน ระบุที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม ที่กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์ ซึ่ง NATO ไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่ รวมทั้งไม่ต้องการโดดเดี่ยวรัสเซีย แต่ต้องการให้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น




1. จีนเตรียมพร้อมติดตามนโยบายจำกัดการลงทุนจากต่างชาติของสหรัฐอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะทำการประเมินถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทขอจีน จากรายงานของกระทรวงพาณิชย์จีนที่ออกมาเปิดเผยว่า จีนยังคงไม่เห็นด้วยกับมาตรการเข้มงวดด้านการลงทุนจากต่างชาติของสหรัฐที่อ้างเรื่องความมั่นคงของชาติ

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขอให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎกหมาย เพื่อปกป้องกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความสำคัญจากการเข้าซื้อของต่างชาติ โดยที่สหรัฐจะยังไม่ออกคำสั่งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติในขณะนี้

ทั้งนี้จีนถูกมองว่าตกเป้นเหยื่อของกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะตลอดมห้ระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา จีนได้ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจ ตลอดจนผลักดันให้บริษัทของจีนไปลงทุนนอกประเทศ และสนับสนุนให้กลุ่มธุรกิจต่างชาติได้เข้ามาลงทุนในจีน เพื่อการเข้าถึงตลาด ซึ่งเป็นนโยบายเชิงบวก และการดำเนินโยบายเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับกระแสโลกาภิวัตน์



2. หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ มาซื้อขายเหนือระดับ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนี้สำหรับ WTI เนื่องจากนักลงทุนหวันวิตกต่อการใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งจะใช้จนถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้

Bank Of America Merril Lynch ระบุว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันจากอิหร่าน ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อ/บาร์เรล ภายในสิ้นไตรมาส 2 ของปีหน้า

เพราะอาจจะเกิดภาวะชะงักงันต่อการผลิตน้ำมันในหลายประเทศทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้นำสหรัฐค้องการจะโดดเดี่ยวอิหร่าน และกดดันพันธมิตรไม่ให้ซื้อน้ำมันอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านเป็นหนึ่งในสมาชิกโอเปกที่มีการผลิตน้ำมันออกขายในตลาดโลกวันละ 2-3 ล้านบาร์เรล อาจจะส่งผลให้ซับพลายน้ำมันในตลาดโลกหดหายไป หากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐทำได้เห็นผล และส่งผลต่อราคาที่พุ่งขึ้น

โดยที่สหรัฐเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ และบริษัทน้ำมัน ระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านภายในวันที่ 4 พฤศจิกายน ไม่ฉะนั้นจะถูกสหรัฐทำการคว่ำบาตร



3. พลเอกเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ขานรับข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะพบปะประชุมสุดยอดในเดือนกรกฎาคม และรู้สึกยินดีเพราะจะเป็นการส่งสัญญาณการเจรจา ซึ่ง NATO ไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่ รวมทั้งไม่ต้องการโดดเดี่ยวรัสเซีย แต่ต้องการให้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

โดยประานาธิบดีทรัมป์เตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในวันที่ 11-12 กรกฎาคม ที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม จากนั้นจะเดินทางเยือนอังกฤษ โดยมีกำหนดเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในวันที่ 13 กรกฎาคม



4. ขณะที่ทำเนียบเครมลินออกข่าวว่า การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐ และผู้นำรัสเซีย จะมีขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม ที่กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์

ทั้งนี้ คาดวา การหารือจะเป็นเรื่องกระชับความสัมพันธ์แบบทวิภาคี และรวมทั้งผบประโยชน์อื่นๆ ระหว่าง 2 ชาติ อย่างไรก็ตาม ไมมีรายงานว่า มเป็นการหารือในปนทางที่จะสหรัฐจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียในหลายครั้งที่ผ่านมาย่างไร



5. เงินหยวนในตลาด Onshore ที่ซื้อขายในประเทศลดลงแตะระดับ 6.6297 หยวนต่อดอลลาร์ ลดลงถึง 6% เพียงแค่ 3 เดือนที่ผ่านมา จากจุดพีคที่เงินหยวนแข็งค่ามากที่สุดในเดือนมีนาคมที่อยู่ระดับ 6,2470 หยวน ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยังกดดันเงินหยวนของอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ขณะที่ Offshore Yuan ที่ซื้อขายในต่างประเทศ อ่อนค่าหลุดสู่ระดับ 6.6414 หลังจากเปิดตลาดช่วงเช้าวันศุกร์ ทะลุเหนือระดับ 6.6500 หยวน