วันนี้ (28 มิ.ย.61) นายภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำพรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงการประกาศสนับสนุน "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำกลุ่มสามมิตรว่า เป็นความเห็นตรงกันของ อดีต สส.และ อดีต สว.รวมทั้งนักการเมืองรุ่นใหม่และผู้สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐที่อยากเห็นพลเอกประยุทธ์ ได้ทำงานพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องเพราะนายกฯประยุทธ์มีนโยบายและวิธีการทำงานแก้ปัญหาให้คนไทยทุกระดับโดยเฉพาะระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ
ส่วนรายชื่อ 50 อดีต สส.และ อดีตสว.ที่เปิดเผยไปแล้วนั้นเป็นเพียงเบื้องต้นของผู้ที่มีแนวความคิดที่จะทำงานร่วมกันและจะมีการทยอยเปิดรายชื่ออีกเป็นระยะในช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับ จ.นครราชสีมา ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีต รมช.ศึกษา, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช.และ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ จะมาร่วมกันทำงานในนามกลุ่ม "พลังโคราช" ภายใต้พรรคพลังประชารัฐเพื่อช่วยกันสานต่อและต่อยอดโครงการที่พลเอกประยุทธ์ ทำเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา, รถไฟทางคู่ กทม.-หนองคาย และรถไฟความเร็วสูง ตลอดจนโครงการอื่นๆ ที่ประชาชนได้ประโยขน์อยู่ทุกวันนี้เพื่อให้โคราชเป็นเมืองเอกของภาคอีสาน มาถึงวันนี้กลุ่มพลังโคราช จึงมั่นใจว่าหลังการเลือกตั้งในต้นปีหน้าพรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอนและเมื่อนั้นชาวโคราชก็จะได้รับประโยชน์เต็มๆ
นายภิรมย์ กล่าวถึงกรณีนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ที่ถูกศาลตัดสินให้จำคุก 2 เดือน ในคดีแก้ผ้านักข่าวจะเป็นอุปสรรคในการส่งลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่นั้นว่า คดีของนายแพทย์เปรมศักดิ์ ยังไม่สิ้นสุดเป็นเพียงการตัดสินของศาลชั้นต้นยังเหลือศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา แต่ถ้าคดีถึงที่สุดแล้วนายแพทย์เปรมศักดิ์ ลงสมัคร สส.ไม่ได้ ภรรยาของนายแพทย์เปรมศักดิ์ ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงก็พร้อมลงสมัครแทนไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
ด้านนายจำลอง ครุฑขุนทด อดีต รมช.ศึกษากล่าวว่าตนเองได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐเพราะเห็นว่าเป๋นพรรคที่มีศักยภาพทั้งตัวผู้นำพรรคและนโยบายของพรรคที่จะสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้จะเห็นได้จากการทำงานของรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่มีความตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศโดยเฉพาะการสร้างความสงบไม่ให้ประเทศไทยตกอยู่ในวังวนของปัญหาทางการเมืองแบบเดิมๆตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาและตนก็เขื่อมั่นว่าหากพลเอกประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องก็จะทำให้บ้านเมืองสงบเข้าสู่ภาวะปกติต่อไปได้ ส่วนพลเอกประยุทธ์ฯ ยินดีจะรับตำแหน่งหรือจะเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยวิธีการใดนั้นขึ้นอยู่กับการหารือกันของผู้ใหญ่ในพรรคพลังประขารัฐกับพลเอกประยุทธ์อีกครั้ง
นายจำลอง กล่าวอีกว่า ณ วันนี้จนถึงการเลือกตั้งคาดว่าจะเป็นต้นปีหน้าเท่าที่ตนรับทราบข้อมูลมีอดีตนักการเมืองทึ่มีผลงาน มีประสบการณ์ทางการเมืองและนักการเมืองรุ่นใหม่โอกาสจะได้รับการเลือกตั้งสูงรอเข้ามาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐจำนวนมาก ตนจึงมั่นใจว่าพรรค พปชร.จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลค่อนข้างแน่นอนและหลังจากทึ่ คสช.ปลดล๊อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้พรรคพลังประชารัฐจะมีการปรับโครงสร้างพรรคใหม่ทุกอย่างก็จะเดินหน้าอย่างเต็มที่โดยเฉพาะตัวผู้นำพรรค นโยบายพรรคในเรื่องเร่งด่วน นโยบายสำคัญและนโยบายทั่วไปภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ นายจำลองกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่านักการเมืองที่ร่วมกันตั้ง กลุ่มพลังโคราช ภายใต้พรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย นายภิรมย์ พลวิเศษ, นายจำลอง ครุฑขุนทด, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ, นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์และนายอัสนี เชิดชัย