นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีม "หมูป่า อคาเดมี่" โดยขอจัดระเบียบสื่อมวลชน เนื่องจากมีนักข่าวบางสำนักแอบตีเนียนเข้าไปทำข่าวภายในถ้ำ จนทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบากและสับสน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 27 มิ.ย.61 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยความคืบหน้าว่า สถานการณ์หลักที่วันนี้ทำ หนึ่งคือเหมือนที่เตั้งเป้ามาโดยตลอดคือ การทำอย่างไรที่จะระบายน้ำออก โดยวันนี้ได้มีการติดตั้งจัดเตรียมความพร้อมสำหรับอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ส่งตรงมาจากกรุงเทพฯ ซึ่งก็คือเครื่องสูบน้ำสุญญากาศประสิทธิภาพสูงที่ทางกรุงเทพฯ ใช้เมื่อยามเกิดวิกฤติอุทกภัยโดยมีลักษณะเป็นคล้ายปลาหมึกที่มีหนวดลายเซ็นดูดน้ำจากที่ต่างๆมารวมไว้ทีเดียวและอุปกรณ์อีกตัวก็คือสูบน้ำทั้งหมดด้วยแรงดันสูงออกมาภายนอก    โดยมีความพยายามในการติดตั้งอุปกรณ์ตั้งแต่ก่อนเที่ยงกระทั่งแล้วเสร็จเมื่อประมาณ 14.00 น.กระทั่งสามารถสูบน้ำได้เมื่อราว 17.00 น. ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในเรื่องนี้


ทุกคนที่อยู่หน้างานที่ปฏิบัติหน้าที่กันมาตลอด 3-4วัน ต่างมีรอยยิ้มมีความหวังเพิ่มมากขึ้นเมื่อเราสามารถสูบน้ำออกจากถ้ำได้จริง  และหากเรามีความสามารถมีประสิทธิภาพในการสูบน้ำได้มากขึ้นกว่านี้ ก็คาดหวังว่าจะสามารถสูบน้ำได้หมดจากถ้ำ ได้ในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้  ซึ่งขอเรียนว่าแท้จริงแล้วมีหัวสูบที่เหมือนหนวดปลาหมึกทั้งหมด 19 ตัว แต่ขณะนี้ใช้จริงเพียง 5 ตัว ประสิทธิภาพการสูบประมาณ 25% เนื่องด้วยเหตุผลว่า เกรงจะเกิดการขัดข้อง เช่นไฟช็อต หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดใดก็ตาม ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วจะต้องมาเสียเวลาเซ็ตอุปกรณ์ใหม่ ซึ่งเสี่ยงจะสร้างความเสียหายใช้เวลายาวนานอย่างมาก จึงเริ่มทำงานที่ 5 ตัวก่อนจะเพิ่มกำลังเป็น 15 ตัว จนกระทั่งเต็มกำลังต่อไป


ส่วนเรื่องที่สองเรื่องของการดำน้ำค้นหาหน่วยซีลเองก็ปฎิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่24 ชั่วโมง  โดยล่าสุดเรายังได้ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำโคลนในถ้ำจากอังกฤษ ซึ่งจะมาให้คำแนะนำหารือ ให้แก่ทีมงาน และหากมีความสื่อสารสัมพันธ์กันได้ดีก็จะร่วมปฏิบัติการ ด้วย เชื่อว่าจะเสริมสมรรถภาพการทำงานได้อย่างมาก


ส่วนเรื่องของโพรงปล่องที่จะทะลุถ้ำ หรือหลุมยุบ ที่ได้มีการสำรวจอย่างต่อเนื่องนั้นเบื้องต้นมี แจ้งไว้ 4 ปล่อง แต่จากการสำรวจโดยทีมปฏิบัติการที่ก่อนหน้านี้อนุมัติปฎิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องสี่วันไม่ต้องกลับได้สำรวจแล้วเพียง3ปล่อง และจัดการสำรวจและทดลองเจาะลงไปส่วนใหญ่เป็นหลุมทางตัน ซึ่งจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทดลองส่งไฟและกล้องส่องทางไกลสำรวจให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อความชัดเจน โดยหลุ่มแรกลึกและหลุมที่ 2 ลึกลงไปเพียง 5 เมตร และหลุ่มที่ 3 ลึก 20เมตร ซึ่งในวันพรุ่งนี้ อาจจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยงานเกี่ยวข้องมาร่วมสำรวจและนำฝ่ายต่างๆ ส่องสว่างให้ชัดเจนว่าสามารถเจาะทะลุหรือมีเส้นทางเข้าไปหลบซ่อนอยู่หรือไม่ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีอุปกรณ์ส่องสว่างเพิ่มเติมเข้ามา


"วันนี้ถือว่ามีความคืบหน้ามากที่สุดโดย ยังมีความหวังว่าเด็กเด็กทั้ง 13 คนจะยังอยู่รอดปลอดภัยแล้วรอให้เราเข้าไปช่วยเหลือและยังมีความสุขดีรวมทั้งหวังว่า เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการสำเร็จ สามารถช่วยเหลือได้ภายใน เร็วชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เร็ววันนี้" ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าว


อย่างไรก็ตามวันนี้ทางสื่อมวลชนอาจจะค่อนข้างทำงานยากลำบากเนื่องจากการจัดระเบียบที่เข้มงวดขึ้น จะเห็นได้ว่าในวันนี้ต่างจากวันแรกๆ ซึ่งจะเห็นว่ามีความสับสนวุ่นวาย มีรถเข้าออกที่เหมาะสมของส่งอาหารกันอย่างหนาแน่น ซึ่งได้จัดระเบียบไป และการแบ่งโซนพื้นที่ จะเห็นว่ามีพื้นที่จำกัดที่ไม่อนุญาตให้เข้า โดยเฉพาะวันนี้พื้นที่ปากถ้ำนั้นไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปโดยเด็ดขาดเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่


แต่กระนั้นก็ยังคงมีสื่อบางช่องที่ฝ่าฝืนตีหน้ามึน ปะปนเข้าไปกับบรรดาญาติหรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งในขณะนี้นั้นได้มีการกำชับให้มีการนับคนที่เดินเข้าออกปากถ้ำ ซึ่งทำให้การนับจำนวนคนเกิดความสับสน ดังนั้น หลังจากนี้ขอความร่วมมือสื่อต่างๆให้ช่วยปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยเมื่อใดก็ตามที่มีความคืบหน้าสำคัญสามารถเข้าไปแถลงข่าวยังปากถ้ำได้ ก็จะอนุญาตให้สื่อเข้าไปได้อย่างแน่นอน


"ประเด็นสำคัญในวันนี้นั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานความห่วงใยมายัง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำ รวมทั้งบรรดาพ่อแม่และญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยพระราชทานอุปกรณ์ที่จำเป็นมา ให้ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันฝนและอุปกรณ์ต่างๆและทรงฝากความห่วงใยและความประสงค์ที่จะให้ปฎิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ และทรงหวังให้ 13 ชีวิตนั้นมีความปลอดภัยในที่สุด" ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าว