"บิ๊กตู่" ลั่น "อดีตนายกฯ" อย่ามาก้าวล่วงตน ยันไม่ไปเกี้ยเซี๊ยะใคร วอนนักการเมืองช่วยคิดเพื่อชาติ โวไปเมืองนอกพอจะฉลาดคุยภาษาอังกฤษได้ อย่าดูถูกกันนักเลย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.61 เวลา 14.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. ว่า การเดินทางไปประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสที่ผ่านมาว่า "บังเอิญว่าเมื่อวานผมกลับมาถึงก็มีอารมณ์บ้าง แต่ไม่ใช่หงุดหงิดเพราะไปเจอใครมา เพียงแต่เห็นคนไทยบางคนที่ไปประท้วง บางครั้งไม่งดงาม ไม่สวยงาม ซึ่งเขาอาจไม่รู้เรื่อง ผมยอมรับว่าก็หงุดหงิดอยู่บ้างกับคนเหล่านี้ ขณะที่อีกพวกมีอยู่ประมาณ 300-400 คนเข้ามาให้กำลังใจ โดยมองการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นเพราะมีความคาดหวังกับอนาคตของลูกหลาน แต่ก็มีคนอยู่ไม่กี่คนที่ไม่เข้าใจ และผมไม่เคยไปก้าวล่วงใครที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเลย ยกเว้นแต่อย่ามาก้าวล่วงผม ผมให้เกียรติกับทุกคนเสมอแต่ยืนยันว่าไม่ได้ไปเกี้ยเซี๊ยะอะไรกับใคร มันทำไม่ได้หรอกกฎหมายยังคงมีผลอยู่ทุกฉบับทุกคดีก็เป็นเรื่องของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมแต่คนอื่นๆ ที่ไปอยู่ต่างประเทศผมไม่รู้ว่าไปอยู่กันได้อย่างไรไปพูดจาให้เกิดความเสียหายหมดเรื่อง" นายกฯ กล่าว


"บิ๊กตู่" โวไปเมืองนอกพอจะฉลาดคุยภาษาอังกฤษได้ วอน "อย่าดูถูกกันเลย"




พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอฝากสื่อมวลชนของไทยด้วย เพราะเวลาที่ตน ดูหรือฟังข่าวของสื่อต่างประเทศ ข่าวต่างๆก็จะถูกนำเสนอไปยังประเทศทั่วโลก ขอร้องว่าภาพอะไรที่ดูไม่ดีงามหากมีการเผยแพร่กันมากๆทุกอย่างก็จะออกสู่สายตาต่างประเทศทั้งหมด สื่อจึงควรเผยแพร่ในสิ่งที่ดีของประเทศบ้าง ให้เกิดความเป็นธรรม ก็จะทำให้ประเทศและคนไทยดีขึ้น ถ้าสื่อมัวแต่เผยแพร่แต่เรื่องของความขัดแย้งสื่อต่างประเทศก็นำไปขยายความขัดแย้งต่อก็ไม่มีอะไรที่จะดีขึ้นเลย"เพราะไม่ว่าอย่างไรวันนี้ผมก็ยังอยู่ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นผมก็ต้องอยู่รับผิดชอบจนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ ทุกอย่างมีระยะเวลากำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเร่งรัดอะไรกัน และขอฝากไปถึงนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ ด้วยว่าขอให้ช่วยกันคิดเพื่อประเทศชาติกันบ้าง ถ้าไม่มีคดีความอะไรก็ขอให้มาช่วยกันพัฒนาประเทศ ส่วนถ้าใครอยู่ระหว่างคดีความก็ขอให้ต่อสู้กันตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็จบแค่นี้ก็ขอให้ต่อสู้กันไป ผมเองจะไปประนีประนอมให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น ผมต้องบังคับใช้กฎหมายและใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างระมัดระวังที่สุดก็ขอให้ทุกคนเข้าใจตามนี้ด้วย" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราช ท่านทรงประทานพรให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนให้มีความปลอดภัย ทรงประทานพรให้กับรัฐบาลในการทำงานและบริหารประเทศ นอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยและทรงติดตามการทำงานในทุกๆ เรื่อง ซึ่งบ่ายวันเดียวกันนี้ตนนำคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีรับพระราชทานผ้าพันคอจิตอาสา" วันนี้ขอร้องให้ทุกคนร่วมมือกันทำความดีด้วยหัวใจด้วยการทำจิตอาสา ทั้งนี้เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยังยืน ไม่ให้ทุกๆ ปัญหาย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคของประเทศไทยอีกในอนาคต วันนี้ขอฝากไปถึงสื่อมวลชนโดยเฉพาะบรรดากองบรรณาธิการ (บก.) เจ้าของหนังสือพิมพ์ทุกคน ซึ่งล้วนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ควรที่จะช่วยกันเองเพราะนี่คือประเทศไทย "ต่างประเทศมีสิ่งสวยงามหลายอย่างแต่ประเทศไทยเรามีสิ่งดีๆจำนวนมากที่จะสามารถเผยแพร่ไปให้ต่างชาติได้รับรู้ได้ " นายกฯ กล่าว


"บิ๊กตู่" โวไปเมืองนอกพอจะฉลาดคุยภาษาอังกฤษได้ วอน "อย่าดูถูกกันเลย"




พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เวลาที่ตนเดินทางไปต่างประเทศ มีความมั่นใจว่าทุกคนฟังและเข้าใจสิ่งที่พูดทั้งหมด แต่ไม่ใช่เพราะตัวเองเก่ง แต่มีล่ามส่วนตัวที่เก่ง มีความรู้และเชี่ยวชาญ เวลาที่ตนพูดเขาสามารถแปลได้ทุกคำ แต่ถ้าหากจะให้พูดแบบธรรมดาปกติโดยใช้ภาษาต่างประเทศ ตนก็พอคุยได้อยู่บ้าง

"ผมก็พอจะฉลาดบ้างนิดหน่อย จึงอยากขอร้องว่าอย่าดูถูกกันเองนักเลย เพราะเวลาที่ผู้นำต่างประเทศพูดคุยกับผม ไม่ใช่เพราะผม แต่เขาพูดเพราะนี่คือประเทศไทย เขาถึงพูดด้วยเพราะนี่คือประเทศไทย คืออาเซียน คือแอคเม็กซ์ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทั้งหมด แล้วจะทำให้เกิดความขัดแย้งอีกทำไม จะให้เขาอ้อมไปประเทศอื่นหรือ จึงขอร้องสื่อว่าให้เสนอข่าวที่เป็นเรื่องดีๆ และมีความก้าวหน้าบ้าง
"ผมพยายามพูดในสิ่งที่ดีๆ แต่สื่อก็ไปหยิบเอาประเด็นว่าผมพูดผิดตรงไหน อะไรเป็นประเด็นที่จะเขียนและขายข่าวได้มานำเสนอ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานพรลงมาว่าทุกคนต้องมีสติเพราะเมื่อมีสติก็จะเกิดปัญญา ถ้าไม่มีสติก็ไม่เกิดปัญญา สติปัญญาก็ไม่ได้ใช้ ก็เอาไปใช้เพื่อสร้างความขัดแย้งกันต่อไป นี่คือคำจากพระจากสมเด็จพระสังฆราช อย่างไรก็ตาม" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เร่งสร้างความเข้าใจมากขึ้น ทั้งเรื่องของโครงการไทยนิยม และการทำงานต่างๆ มันไม่ใช่เป็นการเมือง มันจะเป็นการเมืองได้อย่างไร ตนไม่เข้าใจ สิ่งที่ทำก็เป็นลักษณะเดียวกับที่ให้ ส.ส.ไปดูแลในทุกหมู่บ้านทุกพื้นที่ โครงการไทยนิยมก็เป็นการส่งคณะทำงานลงไปในพื้นที่เพื่อให้คิดโครงการตามที่ประชาชนต้องการลักษณะก็คล้ายกับการทำหน้าที่ของ ส.ส.

ครั้งนี้เราทำทั้งหมด 60,000 กว่าหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเคยได้แบบนี้หรือไม่ ควรต้องสานงานกันต่อ การทำงานของรัฐบาลหน้าก็ต้องเป็นแบบนี้ ขอร้องสื่อให้เสนอข่าวทั้งสองด้าน ทั้งดีและร้าย อะไรที่เป็นเรื่องร้ายก็ขอร้องอย่าไปขยายให้มีความร้ายมากขึ้น เปิดคลิปวิดีโอดูจนโมโหจนเลิกโมโหแล้ว เพราะมีคนส่วนหนึ่งที่มันแย่ ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ตนเสียสมาธิเพราะตนมีสติ จึงก่อให้เกิดปัญญาที่จะคิดเรื่องใหม่ๆ ได้ทุกวัน รัฐบาลจะทำงานแบบเอาใจใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เราต้องดูแลคนทั้งประเทศ รัฐบาลต่อไปก็ต้องทำแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จำเป็นต้องดูแลคนทั้งประเทศทุกหมู่บ้านให้ได้