กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองศิวิไลซ์ตลอด 24 ชั่วโมง คนทำงานหาเช้ากินค่ำบอกว่ากรุงเทพฯ น่าเบื่อตอนเช้ากับเย็น เพราะรถติด ผู้โดยสารระบบรางบอกว่าเช้าหรือเย็นไม่เป็นปัญหา รถไฟฟ้าขึ้นลงตรงเวลาดี ชีวิตเมืองกรุงช่างวุ่นวายสับสนและอยู่บนความประมาทเสมอ !

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
เช้าวันจันทร์ 25 มิถุนายน นักเรียน ผู้ปกครอง และลูกจ้างเอกชนยันราชการ ไปทำงานสายเกือบครึ่งเมือง เพราะรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องวันรุ่งขึ้นคนกลุ่มเดิมไปโรงเรียนและไปทำงานสายอีกแล้ว เพราะรถไฟฟ้าบีทีเอสยังขัดข้อง

พวกเขาประมาท ชะล่าใจ ! ไม่คิดว่ารถไฟฟ้าจะป่วนตารางชีวิตติดต่อกันสองวันซ้อน ประโยคนี้ท่องไว้ให้ขึ้นใจ !!

บีทีเอส เครื่องรวน คลื่น"ดีแทค"ป่วนจริงหรือ?

"เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องในสายสุขุมวิท และสายสีลม ส่งผลกระทบให้ขบวนรถบางขบวนที่เคลื่อนที่ผ่านสถานีสยาม เกิดความล่าช้าประมาณ 10 นาที ขออภัยในความไม่สะดวก"

ทวิตเตอร์@BTS SkyTrain ซึ่งเป็นแอ็กเคานต์ทางการของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทวิตข้อความเมื่อเวลา 06.26 น. วันอังคารที่ 26 มิถุนายน แจ้งให้ผู้โดยสารในขบวนและบนสถานีรถไฟฟ้าทราบว่า ขณะนี้รถไฟฟ้าบีทีเอสกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบควบคุม ทำให้ไม่สามารถรับส่งผู้โดยสารและผู้ที่ต้องการเดินทางตรงตามเวลาได้ ทั้งที่ 1 วันก่อนหน้านี้ รถไฟฟ้าสายเดียวกันก็เพิ่งมีปัญหาขัดข้องทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย 

บีทีเอส เครื่องรวน คลื่น"ดีแทค"ป่วนจริงหรือ?

เหตุขัดข้องของรถไฟฟ้าบีทีเอส วันแรกทำให้ผู้คนปั่นป่วนไปทั้งเมือง เพราะความจริงแล้ว ความล่าช้าของรถไฟฟ้าเพียงขบวนละ 10 นาที ไม่ได้ทำให้ผู้โดยสารเดินทางผิดเวลาเพียงแค่นั้น แต่พวกเขาต้องมีชีวิตติดค้างอยู่บนชานชาลาของแต่ละสถานีเพื่อรอรถขบวนแล้วขบวนเล่าที่แม้มาแล้วก็ไม่ได้ขึ้น เพราะมีคนตกค้างอยู่นับไม่ถ้วนนานเกือบ 3 ชั่วโมง

มีรายงานว่า บีทีเอส ถูกผู้โดยสารที่อารมณ์ขุ่นเคืองโทรศัพท์เข้าไปต่อว่าด่าทอตลอดทั้งวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งร้าน B2S ซึ่งเป็นร้านขายของในห้างสรรพสินค้า ก็โดนลูกหลงถูกโทรเข้าไประบายอารมณ์ด้วยหลายสาย เพราะชื่อดันคล้ายกัน

คลื่น"ดีแทค"ทำป่วน!?

ความปั่นป่วนของผู้คนในเวลานั้น ทำให้ผู้บริหารระดับสูงบีทีเอส อาณัติ อาภาภิรม ประธานกรรมการที่ปรึกษา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ต้องออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่รถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดปัญหาขัดข้องบ่อยครั้งในช่วงนี้ว่า  เป็นเพราะระบบอาณัติสัญญาณที่สถานีสยามถูกคลื่นรบกวน จึงไม่สามารถใช้ระบบอัตโนมัติในการเดินรถได้ ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบควบคุมด้วยเจ้าหน้าที่(แมนวล) ส่งผลให้การเดินรถล่าช้า และต่อเนื่องไปยังสถานีอื่นๆ 

ผู้บริหารบีทีเอส ยังบอกด้วยว่า แนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสมีตึกสูงอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเกิดปัญหาคลื่นรบกวนบ่อยครั้ง จนส่งผลต่อการให้บริการเดินรถ ที่ผ่านมาบริษัทได้วางระบบอาณัติสัญญาณใหม่ ซึ่งจะป้องกันคลื่นรบกวนได้ แต่การวางระบบใหม่จำเป็นต้องใช้เวลา อีกทั้งในส่วนของสถานีสยามยังเป็นระบบเก่า คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถวางระบบป้องกันคลื่นรบกวนได้ตลอดแนวเส้นทาง

บีทีเอส เครื่องรวน คลื่น"ดีแทค"ป่วนจริงหรือ?

คำชี้แจงของผู้บริหารบีทีเอส ที่ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ระบบอาณัติสัญญาณควบคุมการเดินรถไฟฟ้ามีปัญหาเกิดจากการถูกคลื่นรบกวนนั้น เป็นที่ทราบกันทันทีว่าคลื่นรบกวนที่ว่านั้นหมายถึงคลื่นวิทยุย่านความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ของค่ายมือถือ ดีแทค ที่เพิ่งเปิดทดลองใช้งานเมื่อราวต้นเดือนที่ผ่านมา

การพาดพิงดังกล่าว ทำให้ผู้บริหารค่ายอย่าง ประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ต้องชี้แจงในทันทีว่า การใช้งานคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ ของดีแทค ไม่ได้ส่งคลื่นใดๆ ออกมานอกเหนือจากแบนด์ที่ให้บริการ จึงไม่น่าเป็นสาเหตุที่ทำให้รถไฟฟ้าขัดข้อง แต่ดีแทคยินดีที่จะร่วมมือในการตรวจสอบ 

ผู้บริหารดีแทค ย้ำด้วยว่า ช่วงเช้าวันที่ 26 มิถุนายน ดีแทคได้ทดลองปิดการปล่อยสัญญาณบนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ จำนวนกว่า 20 สถานีฐานตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น. เพื่อร่วมทดสอบกับทาง บีทีเอส ในการตรวจหาสาเหตุคลื่นรบกวนระบบอาณัติสัญญาณ

ขณะเดียวกัน ทางดีแทคก็ได้ส่งทีมวิศวกรเครือข่ายเข้าไปตรวจสอบคลื่นรบกวนร่วมกับทางรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะดีแทคมองว่า การให้บริการรถไฟฟ้าสาธารณะก็เป็นบริการพื้นฐานที่ให้บริการแก่ประชาชนเหมือนกัน จึงพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ซึ่งปรากฏว่า หลังจากดีแทคปิดสัญญาณ ก็ยังเกิดเหตุการณ์ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟฟ้าสายสีลมขัดข้องอีกครั้ง 

ด้าน ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. หน่วยงานผู้ให้สัมปทานช่องสัญญาณคลื่นความถี่ อธิบายว่า บีทีเอสใช้คลื่นวิทยุ 2400 เมกะเฮิรตซ์ ควบคุมระบบเดินรถ และสั่งการระหว่างกัน โดยที่ไม่ได้สร้างระบบป้องกันการรบกวน การที่รถไฟฟ้าถูกคลื่นความถี่รบกวนจนเกิดปัญหานั้นต้องตรวจสอบว่ามาจากคลื่นความถี่ใด เพราะไวไฟ ย่าน 2400 เมกะเฮิรตซ์ หน่วยงานไหน คนทั่วไปก็ใช้กันได้ เพราะเป็นคลื่นที่ กสทช.อนุญาตและจัดสรรไว้สำหรับให้ใช้แบบสาธารณะได้อยู่แล้ว

"มีความเป็นไปได้ว่า ระหว่างที่รถไฟฟ้าบีทีเอสวิ่งผ่านจุดที่โดนกวน ทำให้ระบบการควบคุมและสั่งการไม่เสถียร ทางบีทีเอสจึงจำเป็นต้องหยุดเดินรถบางสถานี หรือแช่รถที่ชานชาลานานกว่าปกติ เพื่อตรวจสอบระบบการเดินรถ หรือปล่อยรถจนแน่ใจว่าปลอดภัยจริงๆ จึงจะสั่งการได้"

รองเลขาฯ กสทช. เชื่อว่า ผู้บริหารบีทีเอสรู้ปัญหานี้มาก่อนว่าการใช้คลื่น 2400 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อควบคุมระบบสั่งการเดินรถจะไม่ได้รับการคุ้มครองการใช้คลื่นย่านนี้จาก กสทช. เพราะบีทีเอสเคยถาม กสทช. และ กสทช.มีหนังสือตอบกลับไปให้รับทราบแล้ว

"เขารับทราบมาก่อนอยู่แล้วว่าปัญหาคืออะไร รู้มานานแล้ว แต่ไม่ได้แก้จริงจัง จนทำให้ระบบคลื่นควบคุมรถโดนรบกวน ทางออกคือต้องสร้างระบบป้องกัน ไม่ให้คลื่นความถี่โดนรบกวน แต่การลงทุนแพง อยู่ที่บีทีเอสจะกล้าลงทุนหรือไม่"

ส่วนมุมมองของ สืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคมศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิเคราะห์ว่า เหตุขัดข้องของระบบเดินรถบีทีเอสที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งน่าจะมาจากหลายส่วนด้วยกัน 

เขาตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้รถไฟฟ้าบีทีเอส ใช้ระบบเดินรถ CITYFLO 450 ของบอมบาร์ดิเอร์ บริษัทชั้นนำของโลกในการผลิตรถไฟและระบบควบคุมการเดินรถไฟฟ้า ซึ่งเดิม บีทีเอส ซื้อรถไฟจากบริษัท ซีเมนส์ ที่ใช้ระบบเดินรถซึ่งเป็นระบบปิดของซีเมนส์ ต่อมามีการจัดซื้อรถไฟฟ้าเพิ่มโดยหันไปใช้รถจากบริษัทใหม่จากประเทศจีน เพื่อให้รถใหม่และรถเก่าวิ่งร่วมกันได้จึงต้องปรับระบบควบคุมและเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณใหม่ และตั้งแต่เปลี่ยนระบบมา การเดินรถของบีทีเอสก็มีปัญหาตลอด ไม่ใช่ต้นเหตุจากคลื่นรบกวนอย่างเดียว

นักวิจัยด้านโทรคมนาคมศูนย์วิจัย ม.กรุงเทพ บอกว่า สำหรับคลื่นที่ตัวระบบใช้เป็นย่าน 2.4 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็น unlicensed band ที่มีการใช้งานของอุปกรณ์หลายชนิด หากรบกวนจริงก็ต้องติดอุปกรณ์ป้องกันหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ภาควิทยุ (RF) ใหม่ รวมถึงพิจารณาใช้ความถี่ย่านอื่นๆ ในอนาคต

นักวิจัยผู้นี้ยังตั้งคำถามไปยังบีทีเอสว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะเปิดเผยความจริงว่าระบบมีปัญหาตรงไหน แก้ไม่ได้เพราะระบบที่ปรับเข้ากันไม่ได้ หรือเกิดจากบริษัทเจ้าของระบบเดินรถแก้ไขปัญหาไม่ได้ สุดท้ายถ้าแก้ปัญหาไม่ได้จะต้องยกเครื่องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่หรือไม่ อย่างไร 
นอกจากนี้ ไม่ว่าปัญหามาจากอะไรหน่วยงานให้บริการรถไฟฟ้าต้องมาเรียนรู้บทเรียนร่วมกัน แล้วช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา โดยต้องสร้างมาตรฐานในการให้บริการที่มีประสิทธิภาพให้ได้ เพราะในอนาคตเราต้องมีรถไฟฟ้าอีกหลายสายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด การจะโทษคลื่นความถี่ให้เป็นแพะรับบาปตลอดไปคงเป็นไปไม่ได้