เนชั่นทีวี

ข่าว

4 วันไม่หันหลัง มีหวัง หลัง จนท. ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชม.

26 มิ.ย. 2561 | te

4 วันไม่หันหลัง มีหวัง หลัง จนท. ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชม.

จากกรณีมีเด็กนักฟุตบอลและโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปใน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน วนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้รับแจ้งมีผู้ที่พากันเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลายคน แล้วไม่กลับออกมา โดยพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเป็นน้องๆกลุ่มนี้จาก รถจักรยาน และรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ

หลังจากที่ทราบว่ามีคนติดอยู่ภายในถ้ำ ทางเจ้าหน้าที่ก็รีบประเมินสถาณการณ์และเข้าช่วยเหลือทันที แต่สุดท้ายกต้องถอยทีมออกมาในช่วงเวลา 4.00 น. เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้น


จนมาถึงช่วงเช้าใน วันที่ 24 มิ.ย. 61 ทีมปฏิบัติหน้าที่เริ่มงานกันตั้งแต่ 07.30 น.โดยเจ้าหน้าที่คนที่เคยเข้าสำรวจถ้ำนี้ ระดมกำลังค้นหากันตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ก็มีอุปสรรคตลอดไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำภายในถ้ำสูงขึ้น อากาศถ่ายเทได้ไม่มากนัก


พอถึงช่วงเวลา 10.00 น. ทีมที่เข้าไปตั้งแต่เช้าก็ได้แจ้งความคืบหน้าคือด้านในมีน้ำปิดโพรงถ้ำอยู่ ซึ่งมีระดับความลึกกว่า 5 เมตร และคาดว่าทั้ง 13 ชีวิตกำลังรออยู่ที่ฝั่งตรงข้ามช่วงบ่ายจึงเริ่มสูบน้ำออกจากถ้ำ และได้ส่งเสบียงทั้งน้ำและอาหารให้ลอยตามกระแสน้ำเข้าไปภายในและในช่วง เวลาประมาณ 16.00 ก็พบความคืบหน้าคือ รอยมือ รอยเท้า และยังพบว่ามีน้ำจากดอยผาหมีไหลลงมาตลอดเวลา



ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากรยืนยันว่าจะผลัดเปลี่ยนกันเข้าค้นหาตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะพบตัวช่วงเวลา กลางดึก กองทัพเรือ ได้ตกลงส่งหน่วยซีลบินตรงจากสัตหีบมาจุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมทีมค้นหาผู้สูญหาย และตลอดระยะเวลาของการค้นหา ฝั่งชาวบ้าน ญาติพี่น้องของผู้สูญหายเริ่มพึ่งความเชื่อ ตำนานเล่าขาน ใช้เป็นที่พึ่งทางใจในทุกทาง


เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานกันตลอดเวลาทั้งหน่วยสนับสนุนและหน่วยปฏิบัติ จนช่วงเวลา ประมาณ 3.00 ของวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันค้นหาวันที่ 3 แล้ว น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 พร้อมหน่วยซีล รวม 18 คน เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ


จนในช่วง 08.30 น. หน่วยซีลสามารถเจาะทะลุอุโมงค์ถ้ำอีกฝั่งได้ แต่ในช่วงเวลาต่อมาระดับน้ำภายในถ้ำ เพิ่มสูงขึ้น 2 เมตรเป็น 7 เมตร จึงได้ส่งมนุษย์กบอีก 5 นายเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ


ตกช่วงบ่ายทางเจ้าหน้าที่ได้นำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจบริเวณเหนือถ้ำเพื่อหาทางเข้าถ้ำจากด้านอื่น และพบทางเข้าที่เป็นลักษณะแบบปล่อง อยู่ 2 จุดในที่สุดในช่วง 18.00 น. เหลือระยะทางเพียง 2 กม.สุดท้ายที่หน่วยซีลจะลุยถึงปลายถ้ำ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นมีปล่องสูง 70 ม.และคาดว่าทั้ง 13 ชีวิตจะอยู่ที่บริเวณดังกล่าว ทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงที่ทุกคนจะยังมีชีวิตรอด แต่ทางด้านนอกถ้ำมีการแจ้งและประเมินสถานการณ์ว่า ระดับน้ำบริเวณ 3 กม.แรก เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากฝนตกหนักตลอดทั้งวัน จำเป็นต้องถอนกำลังเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านในทั้งหมดออกมานอกถ้ำ


จึงทำให้ต้องวางแผนให้รัดกุม และเผื่อความปลอดภัยทีมหน่วยซีลจะสามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้อีกครั้งก็จะเป็นช่วงเช้า ของวันที่ 26 มิถุนายน


4 วันไม่หันหลัง มีหวัง หลัง จนท. ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชม.



ส่วนในช่วงกลางคืน ผู่ว่าราชการจังหวัดยังคงมีคำสั่งเร่งสูบน้ำทั้งคืน เพื่อหวังว่าน้ำจะลดเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้โดยเร็วในช่วงเวลา 04.00น. ของวันที่ 26 มิถุนายน เริ่มปฏิบัติการค้นหาอีกครั้ง เพิ่มการบินสำรวจปล่องภูเขา และเพิ่มกำลังเดินเท้า การสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า


โดยมีแผนว่าวันนี้จะส่งหน่วยซีลเข้าไป 8 นาย และจะเดินหน้าจนถึงที่หมาย ส่วนที่เหลือจะคอยสนับสนุนอยู่ทางด้านนอก คาดว่าจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากสามเเยกปากถ้ำ เดินทางเขาไปถึงจุดสุดท้ายของเมื่อวานนี้


ขณะที่กู้ภัย ชุดสุราษฎธานี ชุดประดาน้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลาน วันนี้เดินเท้าเข้าทางช่อง บนหลังเขา ที่พบช่องทางลงไป จุดบ้านผาหมี ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่นำอาหาร น้ำ ไปรยทิ้งไว้ในช่วงบ่าย เพื่อหากว่าทั้ง13 ชีวิต อยุ่บริเวณนั้นจะได้รับประทาน



ส่วนเรื่องของปากอุโมงที่พบเมื่อวานทั้ง 2 แห่ง ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ ตชด.ที่พบปากอุโมงค์ทั้งสองแห่งบอกว่าเป็นทางตัน



ขณะที่ชุดกู้ภัย ที่ฝึกมาจาก ฝึกจากอิตาลี่ หลังจากศึกษาแผนที่วางแผน ก็จะเริ่มปฏิบัติการ เช้านี้ โดยมีความเชี่ยวชาญ เคยช่วยคนที่ติดตามถ้ำในต่างประเทศ แคลิฟอร์เนีย เป็น ชุดของ นรินทร ณ บางช้างที่จะมาพามาสมทบอีก 3 คน ซึ่งชุดนี้ได้รับการฝึกฝนช่วยคนที่ติดในถ้ำ และสถานที่ที่มีน้ำท่วมขังโดยเฉพาะ



การค้นหาในวันนี้ ยังมีทหารพราน เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน หน่วยควบคุมไฟป่า มาร่วมปฏิบัติการค้นหาด้วย


ขณะสภาพอากาศ ยังมีฝนโปรยลงมาเป็นระยะ ทำให้การปฏิบัติการด้วย เฮลิคอปเตอร์ ยังขึ้นบินสำรวจไม่ได้



ผู้ปกครองและญาติ ของเยาวชนและโค้ช ทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ทำพิธีฮ่องขวัญ เพื่อเป็นการเรียกขวัญ ใช้ยอแระกอบพิธี ตามความเชื่อโบราณ เนื่องจากในอดีตมีคนพลัดหลวเข้าไปด้านในแต่หลังจากทำพิธีนี้ ผู้ที่พัดหลงก็เดินออกมาจากปากถ้ำจึงกลายเป็นอีกหนึ่งความหวัง



ตำรวจสภ.แม่สายปรับสภาพการจราจร ป้องกันการกคดขวางของเจ้าหน้าที่ ปิดพื้นที่โดยรอบวนอุทยาน ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานเข้าพื้นที่ ห้ามจอดรถกีดขวาง เนื่อจากเป็นอุปสรรคในการลำเลียงของรถกู้ชีพฉุกเฉิน



ในช่วงเวลา 9.00 ของวันที่ 26 มิถุนายน น้องในทีมหมูป่าที่เป็นเพื่อนของผู้สูญหายได้เดินทางมายังบริเวณปากถ้ำเพื่อทำพิธีขอขมา ซึ่งมีน้อภายในทีมหมู่ป่าที่เคย เข้าไปในถ้ำมาให้ขอมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า "เชื่อว่าเพื่อนยังอยู่ในถ้ำ ระยะทาง7 กิโลเมตร ภายน้ำถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย เพราะเคยไปสำรวจข้างใน เนื่องจากอยากรู้เส้นทางว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน และต้องใช้เวลาครึ่งวันในการเดิน ส่วนตัวน้องเองเคยเข้าไป 3-4 ครั้ง เข้าไปเขียน ด้านใน สลักชื่อทีมเอฟ1 แต่โค้ชเชี่ยวชาญ จึงมีความเชื่อว่าเพื่อนยังตติดอยู่ด้านใน และอาจจะอยู่บนเนินเพราะต้องหนีน้ำ"



ด้านแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดเชียงรายแจ้งว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสภาพร่างกายที่ขาดอาหารหลายวัน อาจทำให้เกิดการอ่อนเพลีย อ่อนแรง และเรื่องของอากาศภายในพื้นที่ จึงได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ที่บริเวณหน้าถ้ำ มีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที โดยจัดเตรียมไว้ 10 เตียง แพทย์ประจำอย่างน้อย 2 คน พยาบาลและเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 20 คน สับเปลี่ยนเวรเข้าประจำนวนพื้นที่ตลอด 24 ชม. และหากพบเด็กแล้ว เตรียมพร้อมกำลังสำรองที่จะเข้าไปช่วยเสริมได้ทันที



สำหรับความกังวลเรื่องคือ อาการปอดบวมของเด็กๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากความชื้นภายในถ้ำ และจากการที่ต้องเดินลุยน้ำและเสื้อผาเปียก หากเด็กและโค้ชรู้วิธีด้วยการทำให้ตัวแห้งโดยเร็ว คือสอดเสื้อผ้าออกมาบิดให้หมาด แล้วค่อยใส่กลับเข้าไป เพราะหากไม่ใส่เสื้อผ้าอุณหภูมิร่างกายจะต่ำลงอาจจะทำให้เกิดอาการปอดบวมได้เช่นกัน ส่วนโรคภัยอื่นๆ ไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วง

ข่าวล่าสุด