26 มิ.ย.2561 - ระหว่างสัมภาษณ์พิเศษ นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรณีเหมืองปูน บริษัททีพีไอ จ.สระบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความเห็นเกี่ยวกับการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยจะสามารถประยุกต์ใช้หลักการทางวิศวกรรมเหมืองแร่ใต้ดิน ซึ่งมีลักษณะเป็นอุโมงค์เช่นเดียวกับถ้ำได้อย่างไร
นายนิรันดร์บอกว่า ก่อนอื่นต้องถามว่าเราจะเข้าไปแบบไหน เด็กอยู่ลึกแค่ไหน มีช่องลมผ่านมั้ย และความเป็นถ้ำ มันจะมีซอกหลืบมุมเยอะมากา ซึ่งทีมติดตามเข้าไป หาทางเข้าไม่ได้ ให้เจาะเข้าไป คนที่เจาะเป็นถ้ำจะไม่ถล่ม ต้องเลือกเจาะหินที่ขนาดใหญ่ เจาะเป็นรูพอผ่านเข้าไปได้ หรือเจาะให้เหลือเป็นเสาค้ำยันหรือไม่ เลือกเจาะในหินที่ไม่มีรอยแตกเยอะ มีความมั่นใจในทิศทางการเจาะ
"ถ้ามีน้ำต้องเอาน้ำ เอาน้ำออกมาในระดับที่ทำงานได้ต่อ สำคัญที่สุดคือ ถ้าน้ำเยอะอันตราย ถ้ามีน้ำอยู่เยอะต้องใช้ปั๊มใหญ่ งานนี้ช้าไม่ได้"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าให้เปรียบเทียบการช่วยเหลือคนงานติดเหมืองใต้ดินที่เกิดการถล่มแบบในภาพยนต์ จะคล้ายคลึงกันหรือไม่ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ผู้เคยมีประสบการณ์ทำงานในเหมืองใต้ดิน บอกว่า ต่างกันตรงที่เหมืองมีการออกแบบ มีทางออกหลายช่อง ทำให้พอทราบว่าคนงานติดอยู่ตรงไหน และเจาะทางเข้าไปช่วยได้ตรงจุด แต่ในถ้ำเราไม่รู้เลยทุกวันนี้เป็นเพียงการคาดเดา ทางที่ดีที่สุดต้องสืบจากคนที่มีความรู้ ที่เคยสำรวจถ้ำ ทำแผนที่ถ้ำอย่างละเอียดมีกี่ช่องทาง ทำแผนผังก่อน คาดก่อนว่าเด็กน่าจะไปทาง และเริ่มการค้นหาอย่างเป็นระบบ ต้องทราบให้แน่ชัดที่สุดว่าเด็กอยู่ตรงไหน
"ผมเคยมีประสบการเหมืองใต้ดิน อย่างน้อยที่สุดต้องมีเสบียงกินอยู่ 3 วัน ถ้าไม่ได้มีอะไรเข้าไปเลยก็น่าห่วงมาก" นายนิรันดร์ กล่าว