ภายหลังการหารือ พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
Mr G. faury ซึ่งเป็น President Commercial Aircraft ของ บริษัท Airbus ได้กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ และย้ำถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่าง บริษัท Airbus และประเทศไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่แนบแน่นและยาวนาน ก่อให้เกิดประโยชน์จากความร่วมมือทั้งสองฝ่ายมาตลอด พร้อมชื่นชมพัฒนาการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ภายใต้การขับเคลื่อนของรัฐบาล และยังมีโอกาสที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการเติบโตไปด้วยกันอีกมากในอนาคต
ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมความสำเร็จของบริษัท Airbus ในการเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตเครื่องบิน เครื่องบิน Airbus ก็ได้รับความนิยม มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือ สายการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกว่า 100 สาย รวมถึงการบินไทยด้วย ทั้งนี้ ไทยได้ให้ความสำคัญต่อการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายด้านคมนาคมที่เชื่อมต่อทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค หรือเป็น gateway และ ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค รวมทั้ง ศูนย์ซ่อมเครื่องบิน และการจัดหาเครื่องบินซึ่งมีอยู่ในแผนแล้ว และเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือนี้ยังจะเชื่อมต่อไปถึง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วย
รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC โดยจะมีการพัฒนาและขยายการเชื่อมโยงครบทั้งระบบ บก น้ำ อากาศ รวมถึง Smart City และ Industrial Park ซึ่งโตรงการขยายท่าอากาศยานอู่ตะเภาเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคนใน 5 ปี และสูงสุดถึง 60 ล้านคนในอนาคต
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอให้เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายในรัฐบาลนี้ และขอให้มั่นใจว่า โครงการจะได้รับการสนับสนุนและสานต่อ เพราะมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีรองรับอยู่