พล.ต.ต.สมพงษ์ ระบุว่าจากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายได้เข้าประเทศไทยมา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา และไปเช่ารถยนต์ที่พัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะลงไปตระเวนก่อเหตุตามร้านทอง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดยคนร้ายทั้ง 2 คน จะทำทีเข้าไปขอดูแหวนทองคำน้ำหนักครึ่งสลึง
จากนั้นก็ชวนพนักงานที่ร้านคุยเป็นภาษาอังกฤษสลับกับภาษาไทย ทำทีเป็นต่อรองราคา หรือขอดูทองเส้นอื่นเพื่อดึงดูดความสนใจ จากนั้นคนร้ายอีกคนจะอาศัยจังหวะที่พนักงานร้านเผลอ เอากระเป๋าเงินทับสร้อยทองไว้ แล้วเก็บใส่ในกำมือ จากนั้นคนร้ายจะตกลงซื้อสร้อยเส้นเล็ก จ่ายเงิน และเดินออกจากร้านไป พร้อมกับสร้อยที่แอบหยิบมา ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีขึ้นมาที่กรุงเทพมหานคร โดยตำรวจไปพบรถยนต์ที่คนร้ายเช่ามาจอดทิ้งไว้บริเวณถนนข้าวสาร ก่อนจะตามไปเจอคนร้ายทั้ง 2 คน กำลังเที่ยวอยู่ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในถนนข้าวสาร จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบสร้อยทอง เส้นที่หายไป นอกจากนี้ยังเจอนาฬิกาที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะลักทรัพย์จากร้านทองที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาด้วย ตำรวจจึงคุมตัวมาที่ สน.ชนะสงคราม และจะส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีต่อไป