เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กโจ๊ก" รวบ 4 นายหน้าหลอกร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้ากวาดล้าง "แก๊งโรแมนซ์สแกรม-เงินกู้นอกระบบ"

21 มิ.ย. 2561 | kanyarat

"บิ๊กโจ๊ก" รวบ 4 นายหน้าหลอกร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้ากวาดล้าง "แก๊งโรแมนซ์สแกรม-เงินกู้นอกระบบ"

"บิ๊กโจ๊ก" รวบ 4 นายหน้าชาวไทยหลอกร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมยึดของกลางบัญชีธนาคาร ,หนังสือเดินทางพาสปอร์ต,โทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่ง ยันขบวนการในไทยไม่หลงเหลือแล้ว เตรียมเดินหน้ากวาดล้าง "แก๊งโรแมนซ์สแกรม-เงินกู้นอกระบบ"

"บิ๊กโจ๊ก" รวบ 4 นายหน้าหลอกร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้ากวาดล้าง "แก๊งโรแมนซ์สแกรม-เงินกู้นอกระบบ"

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา10.50 น. วันที่ 21 มิถุนายน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) แถลงการจับกุม น.ส.วิวรรณ ญาณเรือง อายุ 52 ปี ชาวอุดรธานี,นายสุรัตน์ เทียนไชย อายุ 47 ปี ชาวสุโขทัย,น.ส.ณัฐดาว สุกิมานิล อายุ 48 ปี ชาวสุรินทร์ และน.ส.วนิดา เล้าอรุณ อายุ 35 ปี ชาวนนทบุรี รวม 4ราย ผู้ต้องหาร่วมกันเป็นนายหน้าชักชวนคนไปทำงานเป็นพนักงานแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมยึดของกลางบัญชีธนาคาร ,หนังสือเดินทางพาสปอร์ต,โทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่ง



จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับการติดต่อจาก นายผายกู๋ ชาวไต้หวัน หัวหน้าแก๊งคอลเซนเตอร์ เพื่อจัดหาคนไปทำงานเป็นพนักงานคอลเซนเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยจะได้ค่านายหน้าในการจัดหาคนไปทำงาน รายละ 10,000บาทและมีค่าเปอร์เซ็นให้อีก4เปอร์เซ็นต์



รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมและทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ กลางกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย จำนวน 16 รายและชาวไต้หวันจำนวน 3 ราย จึงสืบสวนขยายผล ตรวจเช็คโทรศัพท์มือถือจนนำมาสู่การจับกุม โดยจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทำมานานกว่า 4-5 ปีแล้ว

"บิ๊กโจ๊ก" รวบ 4 นายหน้าหลอกร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้ากวาดล้าง "แก๊งโรแมนซ์สแกรม-เงินกู้นอกระบบ"

ยืนยันว่าขบวนการคอลเซนเตอร์ในไทยไม่มีหลงเหลือแล้ว จะดำเนินการสืบสวนจับกุมให้สุดซอยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม กลุ่มคนร้ายไม่กล้าหลอกคนไทยในแผ่นดินไทย แล้วหันไปหลอกลวงชาติอื่นแทน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง โดยเฉพาะรอการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมที่ประเทศจีน กัมพูชาดูไบ เนื่องจากมั่นใจว่ายังมีนายหน้าที่หลอกคนไทยไปทำงานในลักษณะเดียวกันอีก พร้อมเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้เลิกทั้งหมดไม่เช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินคดี



ด้าน นายสุรัตน์ 1ในผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นล่าม กล่าวว่า ได้คุยกับหัวหน้าแก๊งผ่านทางวีแชท ส่วนการชักชวนเหยื่อจะบอกกับเหยื่อว่าโดยตรงว่าจะพาไปทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์โดยให้ค่าตอบแทนที่สูง ตั้งแต่เดือนละ 25,000-30,000 บาท โดยนายหน้าบางคนไปทำเพียง5เดือน ได้เงินค่าจ้าง ค่าเปอร์เซ็นจำนวนกว่า1ล้านบาท ขณะที่บางส่วนถูกหลอกว่าไปทำงานเป็นคนสวนในฟิลิปปินส์ เหยื่อบางรายมีทั้งเต็มใจและถูกหลอก เบื้องต้นตำรวจได้ดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร ร่วมกันมีส่วนตาม พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นบทลงโทษหนัก



รองผบช.ทท.กล่าวว่า นอกจากขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์แล้ว ตำรวจจะเดินหน้ากวาดล้างจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกรมและดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบให้หมดไปจากประเทศไทย และจะดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชนอัน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯซึ่งได้ประสานกับ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดแล้ว

ข่าวล่าสุด