โดยวันนี้คณะกรรมการได้สอบถามแต่ละคน ถึงที่มาของโครงการบริหารหนี้ว่าลงทุนไปอย่างไร ลงทุนอย่างไร ใครเป็นคนชักชวน และลงทุนคนละเท่าไหร่ เพื่อรวบรวมปากคำร้องทุกข์ของ จนท.ตร.192 ราย เพื่อแจ้งต่อ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงิน พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย ร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ พล.ต.ต.สุทิพย์ ข้อกล่าวหา เป็นความผิดพระราชกำหนดการกู้ยืมเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ซึ่งเป็นคดีความผิดอาญาแผ่นดินโทษจำคุก 5-10 ปี ปรับ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ส่วนองค์ประกอบความผิดมาตรา 4 มาตรา 5 โทษอยู่มาตรา 12 จำคุก 5-10 ปี โดยพล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นผู้กล่าวโทษให้ ตร.ทั้ง 192 ราย ส่วน ตร.ที่ให้เข้าปากคำเป็นผู้กล่าวโทษ
ส่วนนายตำรวจยศสารวัตรายหนึ่ง ที่วันนี้เข้าให้ปากคำร้องทุกข์ เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจาก พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า ให้ส่งรายชื่อและยอดที่มียอดค้างที่ ตร.ไปกู้เงินเยียวยารายละ 50,000 บาท ว่าเป็นเงินเท่าไหร่ จะเยียวยาช่วยเหลือเบื้องต้น โดยจะโอนเงินมาให้แต่ละคน ให้ส่งรายชื่อและยอดเงินไปทาง พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผกก.สอบสวน ภ.จว.หนองบัว (นายตำรวจติดตาม)โดยตรง แต่ทางตำรวจทั้ง 192 ราย คิดว่าคงไม่ได้เพราะผิดนัดมาตลอด 4-5 เดือนที่ผ่านมา ถึงได้มาก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาให้เบาลง