นายสัมพันธ์ เณรรอด เจ้าของเอี่ยมดี ซึ่งรับบริการจัดการขยะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจว่า ปัญหาขยะเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมเมือง อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำจัดขยะอย่างทุกวิธี จากการศึกษาข้อมูลพบว่าชาวเชียงใหม่มีการผลิตขยะราว 2 กิโลกรัมต่อวัน ในจำนวนนี้ 1 ใน 3 เป็นขยะรีไซเคิล หากว่าเราเข้าไปรับซื้อขยะรีไซเคิลถึงที่บ้าน ถึงที่ทำงาน น่าจะแบ่งเบาภาระปัญหาขยะล้นเมืองที่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นได้ โดยวิธีการบริหารจัดการ เมื่อรับซื้อขยะรีไซเคิลแล้ว ก็นำไปขาย และแบ่งกำไรส่วนหนึ่งร้อยละ 30 สมทบทุนให้กับผู้พิการ, เด็กกำพร้า และคนด้อยโอกาสในสังคม
ก่อนหน้านี้ เคยทำงานเป็นโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ของทีวีบูรพามาก่อน และมีโอกาสเข้าไปช่วยเหลือสังคมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงรายมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กกำพร้า จึงเกิดแนวคิดว่าทำอย่างไรที่จะสานต่อความช่วยเหลือให้กับคนกลุ่มนี้ได้ จึงเกิดโมเดลของ"เอี่ยมดี" ขึ้นมา จึงได้ไปซื้อรถจักรยายนต์มือสองมาต่อเป็นรถที่ใช้บรรทุกของได้ด้วย และพ่นสีเหลือง และมีข้อความที่เข้าใจง่าย ซึ่งพอใครเห็นก็จะจำได้ง่าย และดูแปลกดี และเริ่มมีเรียกใช้บริการ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาวเชียงใหม่ที่แยกขยะกันอยู่แล้ว และมีการบอกปากต่อปาก รวมถึงการแชร์ข้อมูลทางโลกออนไลน์
"จริงๆแล้ว เราดำเนินการช่วยเหลือสังคมมาเป็น 10 ปีแล้ว ไมได้กังวลว่าใครจะมองว่าสร้างภาพ เพราะเขาไม่รู้ว่าเราทำอะไร แต่ต่เมื่อมานั่งดูโมเดลว่าทำอย่างไรจะให้คนกลุ่มนี้มีรายได้ และมีอาชีพด้วย จึงต้องการเข้ามาเสริมศักยภาพให้คนกลุ่มนี้ได้หารายได้ด้วยตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมา ถือว่ามีความโชคดี เมื่อไปโรงงานรับซื้อขยะรีไซเคิล ก็ได้มีโอกาสบอกถึงวัตถุประสงค์ของการจตระเวณรับซื้อขยะรีไซเคิล ปรากฎว่าหลายรายก็ให้การสนับสนุน และรับซื้อขยะรีไซเคิลในราคาที่สูงกว่าปกติ อย่างน้อยก็มีส่วนร่วมทำบุญไปด้วย " นายสัมพันธ์ กล่าว
ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ยอมรับว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ชาวเชียงใหม่มีความกระตือรือล้นในการบริหารจัดการขยะ และติดต่อเข้ามาให้ไปรับซื้อขยะถึงที่ เพื่อขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสบทบทุนให้ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และตอนนี้มีกลุ่มธุรกิจท้องถิ่นรายหลาย อย่างร้านกาแฟมิ่งมิตร ได้ติดต่อเข้ามา เพื่อให้รับซื้อขยะรีไซเคิล โดยตนจะให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และตอนนี้ยังดำเนินการอยู่เพียงคนเดียว แต่เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากที่ได้ตระเวณหาเครือข่ายที่เป็นผู้เก็บขยะรายย่อย และซาเล็งต่างๆ ในพื้นที่เขตเมืองเชียงใหม่ จะสามารถพันธมิตรให้เกิดการสร้างอาชีพได้ในระยะยาวให้กับคนกลุ่มเหล่านี้ได้