แหล่งข่าวจากกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงขั้นตอนการนำตัวนักโทษเด็ดขาดธีรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ไปบังคับโทษประหารชีวิตว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนช.ธีรศักดิ์ จากแดนคุมขังภายในเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อแจ้งผลฎีกา และได้เก็บนักโทษที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกลับเข้าเรือนนอน จากนั้น คณะกรรมการร่วมจากหน่วยราชการต่างๆ ได้เดินทางเข้าไปยังแดนประหาร เพื่อร่วมตรวจสอบให้กระบวนการเป็นไปตามกฎหมาย โดยคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง เป็นประธานกรรมการ เจ้าพนักงานเรือนจำระดับหัวหน้าฝ่ายแพทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หรือผู้แทน ผู้กำกับการสถานีตำรวจ
แหล่งข่าวระบุอีกว่า ก่อนนำตัวนักโทษไปประหารชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจสอบกับแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือของนักโทษที่มีอยู่ในสำนวนและหมายศาลมาทำการตรวจสอบ เพื่อความถูกต้องชัดเจนว่าเป็นบุคคลเดียวกัน กับทะเบียนประวัติที่เก็บอยู่ในกองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อไม่ให้มีการประหารผิดตัว จากนั้น เจ้าหน้าที่จะให้นักโทษทำพิธีทางศาสนาเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งนี้หากนักโทษมีความประสงค์จะขอทำพินัยกรรมก็จะจัดการ และเรือนจำจะจัดอาหารมื้อสุดท้ายให้นักโทษ เป็นเมนูข้าวเหนียวไก่ย่างให้ตามที่นักโทษรายดังกล่าวร้องขอ ก่อนนำไปยังแดนประหารเพื่อฉีดยาพิษ
สำหรับอาคารประหารชีวิตแบบฉีดสารพิษ ซึ่งตามขั้นตอนนักโทษยังคงล่ามโซ่ตรวนไว้ เมื่อเข้าไปเจ้าหน้าที่จะให้นักโทษนอนบนเตียงประหารชีวิต ที่มีผ้าขาวสำหรับห่อศพวางรองอยู่ และขึงแขนนักโทษให้ติดกับเตียงทั้ง 2 ข้างในท่ากางแขน และนำเข็มฉีดยาปักไปที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ฉีดยาจำนวน 3 เข็ม เข็มที่ 1 คือ ยานอนหลับ เข็มที่ 2 เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ และเข็มที่ 3 คือ ยาหยุดการเต้นของหัวใจ โดยขั้นตอนการฉีดยาประหารชีวิตจะใช้เวลาประมาณ 25 นาที