ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายมั่นคง มองว่าการดำเนินคดีเงินทอนวัดกับพระนั้น ย่อมมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องปกติ แต่ทุกอย่างต้องว่าไปตามถูกผิด ท่านบอกเลยว่าไม่หวั่นจะมีคลื่นใต้น้ำจากวงการผ้าเหลือง ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาอีก 2 วันนี้ จะมีการประชุมมหาเถระสมาคม ครั้งนี้จะมีการแถลงชี้แจ้งเกี่ยวกับคดีนี้หรือไม่
เมื่อเช้านี้ ประธานองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ พระมหามงคลกานต์ ฐิตะธรรมโม และพระสงฆ์อีก 4 รูป จากสำนักสงฆ์คลองแอนด์ธัมมิการาม จังหวัดปทุมธานี ได้เข้ายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ตีความ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หรือไม่ เนื่องจาก มาตรา 29 -30 พ.ร.บ.สงฆ์ บัญญัติ ให้ พระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดีอาญาและไม่ได้รับประกันตัวต้องสละสมณะเพศ หรือถูกจับสึก ซึ่งอาจขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ที่ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ยังไม่มีความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้นการบังคับให้พระสงฆ์สละสมณเพศ จึงเป็นการขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ