เนชั่นทีวี

ข่าว

พญาเสือ ตะครุบ"ครู-หมอ"รุกเขตรักษาพันธุ์ฯภูวัว90ไร่ (คลิป)

17 มิ.ย. 2561 | jirasin_yin

พญาเสือ ตะครุบ"ครู-หมอ"รุกเขตรักษาพันธุ์ฯภูวัว90ไร่ (คลิป)

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือ ไม่หยุดที่จะทำหน้าที่รักษาผืนป่า ล่าสุดเขาย้ายไปกอนตำแหน่ง ผอ.ที่อีสาน นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดำเนินคดี "ครู หมอ" ข้อหาบุกรุกที่ดินเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ รวมเนื้อที่ 90ไร่

การเปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า มีขึ้นระหว่าง 16-17 มิถุนายน 2561 ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งย้ายไปกินตำแหน่งผอ.ในเขตภาคอีสาน ช่วงแรกๆ ยังตั้งหลักไม่ได้ พยายามเรียนรู้สภาพพื้นที่ และเมื่อ 16 มิ.ย. หัวหน้าชัยวัฒน์ พร้อมคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย 1. หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) 2. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว 3. เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้และสัตว์ป่า ตามคำสั่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) 4. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา 5. เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง 6. โครงการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 7. เจ้าหน้าที่สำนักสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ต/อ) 8. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 บก.ปทส. 9.เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านเทพมีชัย และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประชุมวางแผนการปฏิบัติงานและร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ บ้านเทพมีชัย หมู่ที่ 7 ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว 



ทั้งนี้ จากภาพถ่ายออร์โธสีเชิงตัวเลข ปี 2545 บ้านเทพมีชัย หมู่ที่ 7 ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ซึ่อยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ขณะคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบ นายประกิจ ยอดเทพ อายุ 59 ปี อาชีพรับราชการครู ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อำเภอบุ่งคล้า แสดงตนเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ และเป็นผู้นำตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่ตนครอบครองที่ดิน ผลการตรวจสอบพบมีการบุกรุกปลูกยางพารา อายุประมาณ 8 ปี บ้านพักอยู่อาศัย และมีการปลูกพืชผลอาสิน หลายชนิด กระจายทั่วพื้นที่ นายประกิจ ชี้แจงว่า ซื้อที่ดินเนื้อที่ 20 ไร่ จากราษฎรในพื้นที่ และได้แสดงใบจอง (น.ส. 2) ชำระเสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด    

  จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบที่ดินข้างเคียง ซึ่งไม่พบผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงสอบถามจากนายประกิจ ทำให้ทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของนางนิตยา สุวพรรณ ที่เข้ามาทำประโยชน์เพื่อปลูกยางพารา และบ้านพักอาศัย เนื้อที่ 32-3-36 ไร่  

หัวหน้าชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นทีทั้ง2แปลง ไม่มีการแจ้งการครอบครองการทำประโยชน์ในที่แปลงสำรวจถือครองของราษฎรตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 มิถุนายน 2541 แต่อย่างใด และได้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศออร์โธสีเชิงเลขปี พ.ศ. 2545 ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่มีการบุกรุกหลังปี พ.ศ.2545 และพื้นที่บุกรุกนี้ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์การสำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 อีกทั้งใบจองที่นายประกิต นำมาแสดงนั้นเป็นเอกสารแสดงสิทธิ์ครองครองที่ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่นได้ ยกเว้นตกทอดทางมรดกโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมใบจองเป็นเอกสารแสดงสิทธิ์ครองครองที่ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่นได้ และนายประกิจ ได้ซื้อที่ดินโดยอ้างใบจอง น.ส. 2 เนื้อที่ 20 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวที่ครอบครองบุกรุก มีถึง 47-3-44 ไร่ ซึ่งเป็นการบุกรุกครอบครองเกินเอกสารใบจอง (น.ส.2) ดังนั้นจึงเป็นการครอบครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษทั้ง 2 แปลง ณ สภ.บุ่งคล้า เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด