ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังให้ความสนใจกับ "ปฏิบัติการดงขมิ้นใสสะอาด" ทั้งการจับกุมพระผู้ใหญ่ และการสะสางคดีเงินทอนวัด มีรายงานว่า "คณะทำงานชุดพิเศษ" ซึ่งมีตัวแทนจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วม ได้จัดทำ "ร่างมาตรการปฏิรูปวงการสงฆ์" เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีแผนนำเสนอให้มีผลทางกฎหมาย คือจะไม่แค่เสนอให้รัฐบาลไปลอยๆ เพราะอาจไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมตามมา โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
ฉะนั้่นแนวทางการนำเสนอ "ร่างมาตรการปฏิรูปวงการสงฆ์" จะมี 3 แนวทาง คือ
1.เสนอให้รัฐบาล แล้วประกาศให้สาธารณชนทราบ แต่วิธีนี้เกรงว่าจะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ หรือ 2.เสนอให้รัฐบาล ออกเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ซึ่งจะมีผลทางกฎหมาย และสามารถแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ด้วย โดยไม่ต้องผ่านสภา หรือ 3.เสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เพื่อให้รับรองเหมือนร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ซึ่งก็จะมีผลในทางกฎหมายเช่นกัน ส่วนการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ / หรือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ /ก็ให้ดำเนินการผ่านขั้นตอนของ สนช. ก็ต้องรอดูว่าสุดท้ายผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเลือกแนวทางไหน
ส่วนรายละเอียดของ "ร่างมาตรการปฏิรูปวงการสงฆ์" มีตุ๊กตาปฏิรูปอยู่ 4 ด้าน คือ 1.ปัญหาการทับซ้อนกันระหว่างศาสนสมบัติของวัด กับทรัพย์สินส่วนตัวของพระ / ส่วนนี้อาจต้องแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิย์ มาตรา 1623 และแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส
2.ปัญหาของพระสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ส่วนนี้จะมีการยกเครื่องระบบ "พระวินยาธิการ" โดยดึงภาคประชาชนมามีส่วนร่วม
3.ปัญหาการบิดเบือนหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา จะมีกระบวนการชำระหลักธรรมที่บิดเบือนทั้งหมด ซึ่งเป็นกระบวนการของฝ่ายสงฆ์
และ 4.ปัญหาโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ที่รวมศูนย์อำนาจมากเกินไป ส่วนนี้ต้องแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์