จากกรณีพนักงานสอบสวน กองบัญชาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป) สอบพยานคดีเงินทอนวัด ที่วัดธาตุ พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น ต่อมานายสมศักดิ์ คุณเงิน ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมวิสุทธาจารย์ วัดธาตุ พระอารามหลวง ยอมรับ เมื่อปี 2556 มีเจ้าหน้าที่สังกัดสำงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โอนเงินให้ 3 ครั้ง ครั้งแรก 5 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 3 ล้านบาท โดยทั้ง 2 ครั้งนี้ ได้ขอคืนไปทั้งหมด หลังจาก 3 วันที่โอนมา ส่วนครั้งล่าสุดที่โอนมา 10 ล้านบาท ครั้งนี้เหลือให้วัด 1 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ขอคืนไปในรูปแบบเงินสดทั้ง 3 ครั้ง
ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ไปหา นายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นกองที่รับผิดชอบงบประมาณการศึกษาพระปริยัติธรรม มีหน้าที่โอนงบให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ โดยผู้สื่อข่าวต้องการสอบถามหลักการโอนงบให้โรงเรียนต่างๆ ซึ่งนายบุญเลิศ ไม่ตอบ และได้ถามว่าผู้โทรมาคือใคร เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า โทรจากเนชั่นทีวี นายบุญเลิศ บอกว่า ไม่มีอะไรจะพูด และได้ตัดสายไปทันที
เมื่อผู้สื่อข่าวโทรกลับไปอีกครั้ง นายบุญเลิศ ไม่ยอมรับโทรศัพท์
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2560 พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ลงนามในคำสั่งที่ 642/2560 เรื่องย้ายข้าราชการ 4 ราย ดังนี้ 1.นายบุญเลิศ โสภา ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา ไปเป็นผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ลำปาง 2.นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจ.ลำปาง ไปเป็นผอ.กองพุทธศาสนศึกษา 3.นายอุบลพันธ์ ขันผนึก ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจ.ลำพูน ไปเป็นผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจ.เชียงใหม่ และ 4.นายประพันธ์ คำจ้อย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจ.เชียงใหม่ เป็นผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจ.ลำพูน มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2560 เป็นต้นไป
สำหรับ นายบุญเลิศ โสภา เป็นหนึ่งในผู้บริหาร พศ. ที่ได้รับความไว้วางใจจากพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส.) หลายรูป อีกทั้งนายบุญเลิศ ยังเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเดือน ส.ค.2559 กรณีนายเสถียร ดำรงคดีราษฎร์ อดีต ผอ.พศจ.สงขลา และ น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ที่มีชื่อในสำนวนการตรวจสอบของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันจัดสรรเงินให้กับวัด 3 แห่ง ในภาคใต้วัดละ 4 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 12 ล้านบาท แต่มีการเรียกเงินบางส่วนคืน คณะกรรมการชุดดังกล่าวสรุปว่าพบความบกพร่องในการทำงานของทั้ง 2 คน ในส่วนของ น.ส.ประนอม พบกระทำผิดพลาดตามขั้นตอนของการจัดสรรเงิน แต่ไม่มีเจตนากระทำผิด ไม่มีบทลงโทษทางวินัย แต่ให้ถือว่าติดทัณฑ์บนไว้ ส่วนนายเสถียร พบความผิดพลาดกรณีการโอนเงินให้วัด มีความผิดทางวินัย แต่เมื่อโดนมาตรา 44 ให้พักงานแล้ว ถือว่าถูกลงโทษทางวินัยไปแล้ว