เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.61 พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกว่า 10 นาย วางแผนดักเฝ้าติดตาม จับกุมผู้ต้องหาที่เป็นเครือข่ายผู้ค้ากัญชารายใหญ่ ในพื้นที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 28/3 หมู่ 2 บ้านหนองปลาเฒ่า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ หลังสืบทราบว่ากลุ่มเครือข่ายค้ากัญชารายใหญ่ในพื้นที่กลุ่มนี้ จะนัดส่งห่อกัญชาส่งมาทางพัสดุด่วน หรือ ปณ.ของบริษัทเอกชน เพื่อหวังตบตาการติดตามจับกุมของจนท. ทำมาเเล้วหลายครั้ง
จนสืบรู้แน่ชัดว่าเครือข่ายค้ากัญชากลุ่มนี้ จะมีการจัดส่งกัญชาผ่านพัสดุ ปณ.ดังกล่าว มาให้กับ นางรัชนี กุณา ที่บ้านหลังดังกล่าว ในวันนี้ เมื่อถึงเวลาระหว่างชุด จนท.รอมาถึง ก็ได้มีพนักงานส่งพัสดุของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง นำห่อพัสดุมาส่งให้ นางรัชนี ที่หน้าบ้าน ขณะที่นางรัชนี กำลังเซ็นรับห่อพัสดุ ที่อ้างจ่าหน้าห่อพัสดุ อ้างว่าส่งมาจาก บ.เจริญ อะไหล่ยนต์ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจึงได้ขอแสดงตนเป็น จนท.ตร.เพื่อขอตรวจสอบห่อพัสดุดังกล่าว ผู้ต้องหารายนี้ก็ตกใจ และยังพยายามที่จะวิ่งหลบหนี จนท. แต่ถูกเจ้าหน้าที่ล้อมสกัดรอบบ้านไว้ทุกทางแล้ว ก่อนที่จะจนมุม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนให้เปิดกล่องพัสดุออก จึงพบห่อกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในจริง น้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม จึงขอควบคุมนำผู้ต้องหารายนี้ มาสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
ซึ่งในเบื้องต้น นางรัชนี ผู้ต้องหารายนี้ยอมรับสารภาพว่า เห็นว่าการรับส่งพัสดุขนส่งกัญชาทาง ปณ. มีความปลอดภัยจาการติดตามจับกุมของตำรวจได้มากขึ้น และมีรายได้ดีมากหลังรับทำต่อจากหลานสาว ที่ตนเองสั่งกัญชาผ่านพัสดุ ปณ.มาแล้วกว่า 3 ครั้ง เมื่อสั่งซื้อกัญชามาจากเครือข่าย ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ใน ราคาห่อ 1 กิโลกรัม ราคา 8,500 บาท ก่อนที่กัญชาจะมาถึงก็จะนำมาแบ่งขายในซองเล็กขนาด 10 กรัม ราคา 2,000 บาท นำไปขายต่อก็จะได้เงินกำไรมาครั้งละ 20,000 บาทขึ้นไป โดยรับช่วงทำต่อจากหลานสาวที่ค้ากัญชา แบบนี้มาก่อนแล้ว แต่ปัจจุบันหลานสาวถูกจับกุมเมื่อหลายเดือนที่แล้ว
จึงหันมารับช่วงทำต่อ ก่อนที่จะมาถูกจับได้ในครั้งนี้ นอกจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังได้ตรวจยึดสมุดบัญชีธนาคาร มีเงินหมุนเวียนในแต่ละเดือนหลายแสนบาท ตำรวจจึงควบคุมตัว นางรัชนี ผู้ต้องหารายนี้ส่งดำเนินคดี ในข้อหามียาเสพติด ประเภท 5 ไว้ในครอบครอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป