ก่อนอื่นเรามาย้อนไปดูเรื่องที่เกิดขึ้นกันก่อน "ล่าความจริง" ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการทุจริตของครูใหญ่โรงเรียนเทศบาล 4 ยะลา ซึ่งมีมากถึง 8 เรื่อง แต่ที่พีคสุดๆ คือ ความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับงบอุดหนุนค่าอาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งได้รับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หัวละ 13 บาทต่อวัน แล้วทางเทศบาลจะเติมให้อีก 7 บาท รวมเป็นหัวละ 20 บาทต่อวัน โรงเรียนนี้มีเด็กนักเรียน 1,500 คน เฉลี่ยค่าอาหารก็จะตกอยู่ที่วันละ 3 หมื่นบาท แต่พอไปตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง พบว่า มีการแอบเบิกเงินวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของนักเรียน และฝั่งผู้ปกครองยังร้องเรียนอีกว่า เมนูอาหารบางวันเป็นแกงเผ็ด ซึ่งเด็กทานไม่ได้ ต้องไปซื้อลูกชิ้นกินแทน และเป็นลูกชิ้นร้านที่ครูใหญ่นำมาขาย นี่คือข่าวที่เราได้รายงานไปแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
หลังจากเรารายงานข่าวไป เราก็ได้ส่งทีมข่าวไปสอบถามข้อเท็จจริงทั้งหมดจาก คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้รับคำตอบว่า เรื่องที่เป็นข่าวเป็นเรื่องเก่า เกิดมาหลายปีแล้ว มีการร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปลอมลายเซ็นเบิกเงิน เรื่องการจำหน่ายชุดพละ รวมทั้งเรื่องอาหารกลางวันด้วย ซึ่งเทศบาลนครยะลาได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน รวมถึงรองผู้อำนวยการทุกคน ไปช่วยราชการที่โรงเรียนอื่นเรียบร้อยนานเป็นเดือนแล้ว
นายกเทศมนตรีนครยะลา บอกด้วยว่า พฤติกรรมการทุจริตที่ถูกกล่าวหาทุกเรื่องของผู้บริหารโรงเรียนเทศบาล 4 อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของ "คณะกรรมการ" ซึ่งเชิญบุคคลภายนอกและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ส่วนเรื่องอาหารกลางวัน ได้ประสานนักโภชนาการเข้าไปตรวจสอบทุกมื้อ ทุกวัน จึงไม่มีปัญหาเรื่องแกงเผ็ด หรืออาหารไม่มีคุณภาพอย่างแน่นอน แต่เมื่อเกิดการแฉข้อมูลกันอีกรอบ ทำให้นายกเทศบาลนครยะลาตั้งคำถามว่า มีการสร้างข่าวเรื่องนี้เพื่ออะไร เพราะปัญหาได้รับการแก้ไขเกือบทั้งหมดแล้ว
ก็เป็นข้อมูลอีกด้านจากทางเทศบาลนครยะลา แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากปัญหานี้ก็คือ งบประมาณจำนวนมหาศาลที่ลงไปในโรงเรียน เพื่อดูแลเด็กๆ ที่จะเป็นอนาคตของชาติ กลับถูกผู้ใหญ่ปู้ยี่ปู้ยำ ทั้งทุจริต โยกงบเข้ากระเป๋า หรือฮั้วกันจนเละเทะไปหมด ก็ต้องรอดูว่ารัฐบาลปราบโกง จะแอคชั่นเรื่องนี้อย่างไร เพราะนี่เป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาล ที่มีงบอุดหนุน 2 ทาง คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ของมหาดไทย กับองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบ แต่จริงๆ แล้วยังมีโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาฯอีก งบไม่ใช่น้อยเหมือนกัน