ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ตอนครึ่ง สีดำ ทะเบียน บบ 7124 ชุมพร สภาพด้านท้ายข้างขวามีร่อยรอยถูกเฉี่ยวชนเสียหาย โดยตัวรถตกอยู่ไหล่ทางติดกับทางตัดรถไฟดังกล่าว ห่างประมาณ 100 เมตรพบรถเร็วขบวน 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ จอดอยู่โดยมีผู้โดยสารเต็มขบวน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย หน่วยกู้ภัยฯได้นำส่งโรงพยาบาลสวีไปก่อนแล้วทราบชื่อต่อมาคือ นายสมบุญ อาลาวี หรือสท.หมู อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/2 หมู่ 3 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร คนขับ เป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลนาโพธิ์พัฒนา อ.สวี อาการบาดเจ็บสาหัสมีแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะและกระดูกต้นคอ แขนขาไม่มีความรู้สึก นางสะอิ้ง แสงบางมุด อายุ 58 ปี ภรรยา นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ใบหน้ามีอาการฟกช้ำ และนางจันทร์ฉาย พิมาน อายุ 55 ปี เป็นญาติ อยู่บ้านเลขที่ 78/2 หมู่ 3 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร นั่งโดยสารมาด้วยบริเวณแคปหลัง บาดเจ็บบริเวณข้อมือ
ด้านพ.ต.ท.พัฒนา กองช่าง พนักงานสอบสวน กล่าวว่า เบื้องต้นหลังสอบสวนพยานทราบว่าทั้งหมดกลับจากงานเลี้ยงฉลองนาคแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 6-7 กม. เมื่อใกล้ถึงจุดข้ามทางรถไฟ ไม้กั้นได้ทำการปิดกั้นเป็นการแจ้งเตือนไม่ให้รถข้ามคาดว่านายสมบุญฯได้ขับซิกแซกเพื่อหลบไม้กั้นแต่ขณะนั้นเดียวกันที่นางจันทร์ฉายฯได้ตะโกนบอกว่า "พี่หลวงระวังรถไฟ" พูดไม่ทันขาดคำ ทำให้รถไฟชนแต่โชคยังดีที่ถูกชนแค่บริเวณส่วนท้ายรถเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันนายสุชาติ แสงบางมมุด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.นาโพธิ์ ให้การขณะอยู่ในที่เกิดเหตุว่าก่อนหน้านี้ไม้กั้นรถไฟมีปัญหา บางทีมีอาการสั้นค้าง ลงกั้นบ้างไม่ลงบ้าง เป็นอยู่หลายครั้งหลายหน แจ้งนายช่างที่รู้จักกันให้รีบแก้ไข แต่ได้รับคำตอบมาว่าระบบนี้เป็นแบบนี้แหละ
พนักงานสอบสวน กล่าวอีกว่า เอกสารส่วนตัวของผู้ไดรับบาดเจ็บที่อยู่ภายในรถได้มีญาติเก็บรวบรวมไว้หมดรวมถึงกล้องติดหน้ารถก็เอาไปด้วยเหลือไว้แต่สายไฟต่อเข้ากล้องเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นหลักฐานอย่างดีและชัดเจนมากขึ้นว่านายสมบุญฯขับรถซิกแซกหลบไม้กั้นหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามนายสมบุญก็มีความผิดในข้อหาขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสและทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหายอยู่ดี สำหรับรถไฟขบวนดังกล่าวได้มีหัวรถจักรมาลากกลับไปยังสถานีบ้านเขาสวนทุเรียนและหยุดเดินรถเป็นการชั่วคราวจนกว่าสำรวจความเสียหายเสร็จสิ้นจึงสามารถเดินทางต่อไปยังกรุงเทพมหานครได้ต่อไป/