นางสาวจรูญรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ ได้มีคนร้ายเป็นชาย ทำทีออกกลอุบายมาสั่งส้มตำและอาหาร ต่อมาคนร้ายได้อ้างว่าขอโทรถามเพื่อนก่อนว่าจะเอาอะไรเพิ่มอีกไหม และทำทีว่าเพื่อนไม่รับโทรศัพท์จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ผ่านไป 15 นาที คนร้ายได้วนกลับมาอีกรอบแล้วทำทีว่าของที่ตนสั่งไว้ทั้งหมดนั้นตกลงจะเอา และบอกว่ามีเบียร์ขายไหม หลังจากนั้นคนร้ายก็ได้ลงมือก่อเหตุโดยทันที โดยการกระชากสร้อยคอจากคอ นางสมบุญ จนขาดเป็นสองส่วน ต่อหน้าต่อตาตนที่อยู่ภายในบ้านด้วย แล้วคนร้ายได้รีบวิ่งหลบหนีมาที่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้าน
นางสาวจรูญรัตน์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่คนร้ายได้ก่อเหตุแล้วพยายามขึ้นรถจักรยานยนต์ ตนและน้องสาวตน ได้วิ่งเข้าจู่โจมคนร้าย เพื่อหวังจะจับตัวให้ได้ แต่เนื่องจากคนร้ายมีรูปร่างตัวสูงใหญ่จึงไม่สามารถมีกำลังพอที่จะไปต่อสู้ได้ คนร้ายจึงสามารถดิ้นหลุดและขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล ซึ่งได้ทิ้งสร้อยคอทองคำอีกส่วนไว้ที่พื้นหน้าบ้านนอกจากนี้ตนก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่าภัยร้ายอาจเกิดขึ้นได้เสนอโดยที่ไม่ทันได้ระวังตัว ส่วนในเรื่องคดีความผู้เสียได้เดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บ่อวิน เอาไว้เป็นทีเรียบร้อยแล้ว