จากกรณีนายสมศักดิ์ ทองรอด พร้อมญาติ ชาวบ้านคลองคู้ ตำบลปากทาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ต่างนำศพเด็กชายขุนศึก ทองรอด ที่มีน้ำหนัก 5.4 กิโลกรัม เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ภายในศาลากลางจังหวัดพิจิตร หลังเสียชีวิตระหว่างการทำคลอดโรงพยาบาลพิจิตร เมื่อช่วงเวลา 02.00 น.วันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา
โดยพ่อของเด็กอ้างว่าการทำงาน ของคณะแพทย์ ทำงานล่าช้าไม่ยอมผ่าลูกในท้อง จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตจนผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตรและ ทีมแพทย์ ได้เข้าชี้แจงกับทางญาติ โดยระบุว่าในช่วงที่ทางคุณแม่ตั้งครรภ์ และมาฝากท้องกับโรงพยาบาล มีอาการเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งมีอัตราเสี่ยงอันตรายและทารกในครรภ์เสียชีวิตตั้งแต่ในท้อง
ล่าสุดวันที่ 8 มิถุนายน ที่ศาลาบำเพ็ญการกุศล วัดคลองคู้ ตำบลปากทาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร นายสมศักดิ์ ทองรอดพ่อ และญาติ ได้นำศพเด็กชายขุนศึก ทองรอด ที่มีน้ำหนักตัวหลังผ่าคลอด 5.4 กิโลกรัม ที่เสียชีวิต ประกอบพิธีตั้งศพบำเพ็ญกุศล เพื่อทำบุญสวดพระอภิธรรมศพไว้ 3 คืน โดยมีบรรดาญาติที่ต่างเข้ามาแสดงความเสียใจ และเข้าช่วยในพิธีบำเพ็ญกุศลศพ
นายสมศักดิ์ ทองรอด พ่อของเด็ก กล่าวว่า หลังจากที่โรงพยาบาลออกมาชี้แจง ตนเองยังมีเรื่องสงสัยกับการทำงานของทีมแพทย์โรงพยาบาลพิจิตร ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีการทำงานล่าช้า รวมทั้งการสื่อสารกับญาติ ของผู้ที่เข้ารับบริการ โดยเบื้องต้นจะตั้งศพของน้องไว้ เพื่อประกอบพิธีทำบุญสวดพระอภิธรรมศพไว้ 3 คืนจากนั้น ยังคงเก็บศพของน้องไว้ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม กับทางโรงพยาบาลพิจิตรและขอต่อสู้เพื่อขอความเป็นธรรม ให้กรณีการสูญเสียเป็นอุทาหรณ์ ไม่ให้เกิดกรณีนี้กับลูกคนอื่นที่เข้ารับการรักษาอีก