เนชั่นทีวี

ข่าว

ค้ามนุษย์หนีด่านจนท. ปล่อย"โรฮิงญา"ข้างถนน

08 มิ.ย. 2561 | kanyarat

ค้ามนุษย์หนีด่านจนท. ปล่อย"โรฮิงญา"ข้างถนน

ขบวนการขนย้ายชาวโรฮิงญาหลบหนีด่านตรวจประสบอุบัติเหตุผู้ขับขี่หลบหนี ทิ้งชาวโรฮิงญา 8 คนไว้ริมถนน เผยจ่ายเงิน 5 หมื่นบาทให้นายหน้าเป็นค่าเดินทางไปมาเลเซียอย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่าถนนสาย 408 เป็นเส้นทางสายสำคัญที่ขบวนการค้ามนุษย์ได้เลือกเป็นเส้นทางในการนำชาวโรฮิงญามุ่งหน้าไปยังอำเภอสะเดา อำเภอปาดัง-เบซา จังหวัดสงขลา

แม้ว่าการปราบปรามขบวนการค่ามนุษย์ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมาจะเป็นไปด้วยความเข้มข้น แต่ขบวนการขนย้ายชาวโรฮิงญา เข้าสู่ประเทศไทยเพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังประเทศที่ 3 ยังคงปรากฏอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ (8มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.การะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตั้งด่านความมั่นคงบริเวณถนนสาย 408 ช่วงชุมชนตลาดการะเกด ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ พบรถยนต์กระบะโตโยต้าตอนครึ่งทะเบียน บร-4370 นครศรีธรรมราช พยายามถอยหลังหลบหนีก่อนถึงด่านตรวจและไปประสบอุบัติเหตุชนกับรถยนต์ที่แล่นตามมา และพยายามหลบหนีอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ได้สกัดไว้ได้



เนื่องจากรถยนต์ได้รับความเสียหายอ่างห้องเครื่องแตกไม่สามารถหลบหนีต่อได้ พบเพียงชาวโรฮิงญาจำนวน 8 คนเป็นหญิง 5 คน ชาย 3 คน ออกจากตัวรถและเดินไปไหนไม่ถูก ขณะที่ผู้ขับขี่ทราบภายหลังว่าเป็นชาวไทยได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึงตัวรถแล้ว



ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้นำตัวชาวโรฮิงญาไปยัง สภ.การะเกด โดยสอบถามข้อมูลเบื้องต้นผ่านล่าม นายอะบาลูกูซอล อายุ 20 ปีหนึ่งใน 8 ชาวโรฮิงญาได้ความว่าทั้ง 8 รายเดินทางมาจากจังหวัดซิตตะเว รัฐยะไข่ โดยจ่ายเงินให้กับนายหน้ารายละ 3 ล้านจ๊าด หรือราว 5 หมื่นบาทต่อราย


โดยจ่ายครึ่งหนึ่งที่ยะไข่จากนั้นอีกครึ่งที่ย่างกุ้งก่อนที่จะเดินทางออกจากเมียนมาข้ามแม่น้ำผ่านช่องทางธรรมชาติของประเทศไทยแล้วนั่งโดยสารประจำทางมายังจุดนัดหหมายโดยไม่รู้ว่าเป็นจุดใดก่อนที่จะมีนายหน้าชาวไทยไปรับตัวเมื่อวานนี้เวลาประมาณ 1 ทุ่มโดยยึดโทรศัพท์มือถือทั้งหมดไว้ จากนั้นนั่งรถมาราว 12 ชม.เพื่อไปยังอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับไว้ได้ ชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ยังยืนยันด้วยว่าขณะที่ข้ามแดนเข้าสู่ประเทศไทยมาราว 20 คนแต่ได้แยกย้ายกันเดินทางโดยไม่รู้ว่าใครไปไหนบ้าง


ขณะที่พันตำรวจโทยรรยง หิรัญบูรณะ สารวัตรใหญ่หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรการะเกด เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถระบุประเด็นข้อกฎหมายในการเข้าเมืองของชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ได้ โดยจะต้องรอทีมสหวิชาชีพ ในการสอบสวนคัดแยกเหยื่อการค้ามนุษย์เข้าทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง


อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่าถนนสาย 408 เป็นเส้นทางสายสำคัญที่ขบวนการค้ามนุษย์ได้เลือกเป็นเส้นทางในการนำชาวโรฮิงญาจากจังหวัดชายทะเลฝั่งตะวันตกของประเทศไทย มุ่งหน้าไปยังอำเภอสะเดา อำเภอปาดัง-เบซา จังหวัดสงขลา โดยเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2558 สภ.หัวไทร อยู่ห่างจากจุดจับกุมครั้งนี้ไปเพียง 10 กม.บนถนนเส้นเดียวกัน มีการจับกุมชาวโรฮิงญากว่า 100 คน พร้อมนายหน้าและผู้ขนส่งจนนำไปสู่การทลายเครือข่ายการค้ามนุษย์ครั้งสำคัญของประเทศไทย.

ข่าวล่าสุด