เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) นัก กม.ชี้ โอนคดี "ล่าเสือดำ" ขึ้นศาลทุจริตไม่ได้

08 มิ.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) นัก กม.ชี้ โอนคดี "ล่าเสือดำ" ขึ้นศาลทุจริตไม่ได้

คดีล่าเสือดำของ คุณเปรมชัย กรรณสูตร บิ๊กอิตาเลียนไทย ต้องบอกว่ามี "ดราม่า" ต่อเนื่องจริงๆ แม้ล่าสุดอัยการจะฟ้องคดีขึ้นสู่ศาลแล้ว แต่ก็ยังมีประเด็นดราม่าเกิดขึ้นอีกจนได้ เมื่อทนายของคุณเปรมชัยให้ข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า จะขอโอน "คดีล่าเสือดำ" จากศาลทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ไปรวมพิจารณากับ "คดีเสนอสินบน" ที่อยู่ในอำนาจศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ท่าทีล่าสุดจากฝั่งคุณเปรมชัย ทำให้หลายฝ่ายข้องใจว่า เหตุผลของการโอนคดีคืออะไร มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแอบแฝงหรือไม่ และที่สำคัญการโอนคดีแบบนี้ ทำได้ด้วยหรือ วันนี้ "ล่าความจริง" มีคำตอบมาฝาก


ก่อนอื่นต้องย้อนความกันนิดหนึ่งว่า คดีของคุณเปรมชัยและพวก หลักๆ มี 2 คดี คือ "คดีล่าสัตว์ป่า" กับ "คดีเสนอสินบนเจ้าพนักงาน" ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่นำโดย หัวหน้าวิเชียร ชินวงษ์ นั่นเอง โดยคดีล่าสัตว์ป่า อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอาญา คือศาลทองผาภูมิ ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาคดีในท้องที่เกิดเหตุ คือทุ่งใหญ่นเรศวร ส่วนคดีเสนอสินบน อัยการยื่นฟ้องต่อศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ซึ่งมีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีทุจริตคอร์รัปชั่นในพื้นที่เกิดเหตุ


นี่คือ 2 คดีหลักของคุณเปรมชัย ทีนี้ก็มาถึงคำถามว่าจะโอนคดีล่าสัตว์จากศาลอาญา ไปรวมพิจารณาในคดีเสนอสินบน ในเขตอำนาจศาลคดีทุจริตฯ ได้หรือไม่

โดยปกติแล้ว "การโอนคดี" สามารถทำได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดี หรือคดีที่มีจำเลยคนเดียวกัน แต่กระทำผิดหลายท้องที่ หรือกระทำความผิดหลายกระทงเกี่ยวเนื่องกัน ก็ให้รวมคดีหรือโอนคดีไปยังศาลใดศาลหนึ่งเพื่อพิจารณารวมกันได้ แต่ "การโอนคดี" กับเรื่อง "เขตอำนาจศาลในการชำระคดี" เป็นคนละเรื่องกัน กล่าวคือจะโอนคดีได้ ก็ต่อเมื่อศาลนั้นมีอำนาจชำระคดีที่จะโอนไปเสียก่อน พูดง่ายๆ คือคดีที่จะโอนไป อยู่ในเขตอำนาจของศาลที่จะรับโอนคดีหรือเปล่า

สำหรับคดีคุณเปรมชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบอกว่า คดีหลักทั้ง 2 คดี "ฟ้องถูกศาลแล้ว" คือได้ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจอยู่แล้ว กล่าวคือ คดีล่าสัตว์ ฟ้องต่อศาลอาญา คือศาลทองผาภูมิ ส่วนคดีเสนอสินบน ก็ฟ้องต่อศาลคดีทุจริตฯภาค 7 ซึ่งมีเขตอำนาจเช่นกัน แต่ความผิด 2 เรื่องนี้เป็น "คนละกระทงกัน" จึงไม่สามารถโอนมารวมคดีกันได้ โดยเฉพาะการโอนไปที่ศาลคดีทุจริตฯ เพราะกระบวนวิธีพิจารณาคดีทุจริตฯนั้น ใช้ระบบ "ไต่สวน" ซึ่งเป็นคนละระบบกับคดีบนศาลอาญาทั่วไปที่ใช้ "ระบบกล่าวหา" ซึ่งศาลคดีทุจริตฯ มีกฎหมาย "วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ" เป็นวิธีพิจารณาเฉพาะของตนเอง แตกต่างจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ใช้กับคดีอาญาทั่วๆ ไป


นอกจากนั้นการอ้างเหตุผลของทนายคุณเปรมชัย ที่บอกว่าคดีเกี่ยวเนื่องกันนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่า การเสนอสินบนไม่ได้เป็น "การกระทำความผิดหลัก" ที่ทำให้เกิด "ความผิดอื่น" ตามมา เพราะคุณเปรมชัยไปล่าสัตว์ก่อน ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จไปแล้ว จากนั้นจึงถูกจับกุม แล้วจึงมีการเสนอสินบน จึงเป็นความผิดคนละกระทง แยกกันอย่างชัดเจน

แต่การยื่นคำร้องขอโอนคดีนั้น จำเลยหรือทนายจำเลยสามารถยื่นได้ ถือเป็นสิทธิ์ของจำเลย แต่การจะอนุญาตให้โอนหรือไม่ เป็นอำนาจของประธานศาลฎีกา ยกเว้นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ผู้ที่มีอำนาจพิจารณาว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลคดีทุจริตฯหรือไม่ เป็นอำนาจของประธานศาลอุทธรณ์กลาง

ข่าวล่าสุด