ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่156/13ซอย4ถนนศรีสุริยวงศ์เขตเทศบาลเมืองราชบุรีเพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนางสาวลาดาเนื่องจากเดินทางกลับมาบ้านในวันนี้โดยพบกับนางสาวลาดาได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นคนที่ชอบเช็คอินเวลาไปไหนมาไหนในวันที่28พ.ค. ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายๆได้เดินทางกลับมาเที่ยวบ้านที่ราชบุรี และได้เช็คอินในเฟสบุ๊คและในช่วงที่ยืนอยู่ข้างบ้านก็เห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ จำสีและยี่ห้อไม่ได้มีผู้ชายสวมกันน็อคใส่หน้ากากสวมเสื้อคลุมแขนยาวมาจอดฝั่งตรงข้ามกับบ้านซึ่งเมื่อมองไปก็เห็นว่าผู้ชายคนดังกล่าวนั้นเอาล้วงเข้าไปในกางเกงและเมื่อเห็นว่าตนมองก็ยิ่งทำการสำเร็จใคร่ตนตกใจมาก
จึงรีบวิ่งเข้าบ้านไปบอกคุณพ่อและจะไปหยิบโทรศัพท์มาถ่าย แต่ก็พบว่าชายคนดังกล่าวนั้นหายไปแล้ว ซึ่งตนเคยเห็นแต่ในข่าวและในโซเซียลแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตนเองทำให้ตกใจมากและรู้สึกหวาดกลัวจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพฯทันทีเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยก่อนจะปรึกษาคุณแม่ ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวว่าจะแจ้งความ และวันนี้ได้กลับมาบ้านที่ราชบุรีจึงได้ไปแจ้งความที่สภ.เมืองไว้แล้วซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าเคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วและคนร้ายโรคจิตคนนี้ก็น่าจะเป็นคนเดียวกับที่เคยก่อเหตุในเขตเทศบาลเมืองเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
ส่วนที่ว่าเป็นเพราะตนเองนั้นชอบแต่งตัวเซ็กซี่นั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะ ที่ถ่ายนั้นแค่ต้องการจะเก็บภาพของตนเองไว้แต่อาจจะนำไปจินตนาการเอาเองแต่ส่วนตัวแล้วไม่ได้แต่งตัวโป๊หรือเซ็กซี่อะไรแต่จะแต่งตัวเรียบร้อยด้วยซ้ำซึ่งก็อยากจะฝากบอกว่า ถ้าเป็นแฟนคลับของลาดาก็อย่าทำอย่างนี้เลยแสดงออกอย่างอื่นเถอะ เพราะลาดากลัว