ทั้งนี้ นางนภัสนันท์ เปิดเผยว่า ตนได้ออกจากบ้านไปธุระในช่วงเวลา 19.00 น. ของวันที่ 4 มี.ค.61 และกลับมายังบ้านพักในช่วงเวลา 21.45 น. โดยขณะนั้นที่บ้าน มีน.ส ละเอียด หอมสุวรรณ คนรับใช้พักอยู่ที่บ้านทางด้านข้างบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็พบเห็นเชฟดังกล่าว และจากการสอบถามเด็กรับใช้ก็ไม่ทราบเหตุ เพราะอยู่แต่ในห้อง โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ และเก็บรอยนิ้วมือแฝงมือพบตู้เชฟ และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมู่บ้าน หมู่บ้านกฤษดานคร 2 5 เป็นหมู่บ้านใหญ่อีกทั้งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี อยู่ภายในหมู่บ้านดังกล่าวด้วย โดยในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง เนื่องจาก หมู่บ้านดังกล่าวเป็นหมู่บ้านที่มีผู้ใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก โดยได้ลงพื้นที่เน้นการตรวจสอบเน้นกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ฯ รปภ.หมู่บ้าน และคนงานบริเวณโดยรอบ คนรับใช้ภายในบ้านอย่างละเอียด เพราะขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงสุนัขที่บ้านที่เห่า ซึ่งมีอยู่ถึง 4 ตัว แต่ทำไม่ถึงไม่ออกมา รวมไปถึงการตรวจหาอุปกรณ์เครื่องมือ-เครื่องใช้ที่่คนร้ายเข้าไปงัดเซฟ ที่คาดว่าจะทิ้งไว้ใกล้ๆที่เกิดเหตุ เช่น ชะแลง ไขควง เศษผ้า ถุงมือ หลังก่อเหตุ ได้ทิ้งหรือไม่ โดยพบว่าที่ชั้นบนของห้องนอน มีรอยลากของตู้เซฟเป็นทางยาว ลงมาถึงจุดที่คนร้ายทิ้งตู้เซฟไว้ และพยายามที่จะงัดแงะ แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากเป็นเซฟรุ่นเก่ามีน้ำหนักมากถึง 100 กิโลกรัม และมีความคงทนกว่าตู้เซฟรุ่นใหม่ โดยเป็นไปได้ว่า คนร้ายหลังจากลากตู้เซฟลงมา ได้ใช้เวลานานมาก และไม่สามารถงัดตู้เซฟได้จึงหลบหนีไป
โดยคนร้ายได้เข้ามาจากบริเวณด้านหลังที่ติดริมคลองเล็กๆ และติดกับสนามกอลฟ์ และไม่มีรั้วกั้น ก่อนที่คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 4 คน ใช้รถกระบะเป็นพาหนะในการขนเซฟออกไป แต่ด้วยเซฟมีน้ำหนักมาก จึงไม่สามารถนำออกไปได้ และต้องเป็นคนในระแวกแถวนี้ ถึงจะรู้ว่ามีใครอยู่บ้านบ้าง เพราะบ้าน หลังดังกล่าวเป็นบ้านหลังสุดท้ายของซอยนี้ โดยบ้านแต่ละหลังเป็นบ้านขนาดใหญ่ และถัดไปอีกไม่กี่ซอยก็จะเป็นบ้านของ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่มีทหารเฝ้าอยู่