ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องนี้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่เปิดเทอมใหม่วันแรก กว่าครึ่งเดือนมาแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ จะเห็นได้ว่าสถานการณ์พลิกไปพลิกมา และค่อนข้างคุกรุ่น มีพระกับคนพุทธออกมาเคลื่อนไหว จากนั้นก็ถูกขู่ใช้ความรุนแรงทางเฟซบุ๊ค กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีต้องเปิดวงพูดคุยเพื่อหาทางออกกับผู้เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้
ล่าสุดเมื่อเช้าวานนี้ บริเวณกำแพงโรงเรียนอนุบาลปัตตานี มีป้ายไวนิลหลายผืนถูกมือมืดนำไปแขวนไว้ตลอดแนวกำแพง เขียนข้อความว่า "เลิกใส่ฮิญาบ แบ่งแยกศาสนา" และ "หยุดสร้างความแตกแยกให้เด็กและโรงเรียน" นอกจากนั้น ยังมีป้ายไวนิลข้อความพร้อมภาพ "พระไพจิตรสาราณียการ" อดีตเจ้าอาวาสวัดนพวงศาราม เป็นผู้ให้ยืมที่ธรณีสงฆ์ สร้างโรงเรียนอนุบาลปัตตานีด้วย
นักข่าวของเราเล่าให้ฟังว่า ป้ายเหล่านี้ถูกนำมาติดตั้งแต่เช้า โดยไม่มีคนเห็นว่าใครเป็นคนติด จากนั้นก็เป็นช่วงที่ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปส่งโรงเรียน ทำให้ทั้งเด็กทั้งผู้ปกครองได้เห็นป้ายข้อความพวกนี้ กระทั่งช่วงหลัง 8 โมง ถึงจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัย และภารโรงของโรงเรียนไปช่วยกับเก็บป้ายไปทั้งหมด
แม่ทัพ 4 โยน ศธ.แก้ปัญหา ปรามทุกฝ่ายห้ามชุมนุม
ช่วงเช้าวันนี้ ล่าความจริงได้สอบถามแม่ทัพภาคที่ 4 พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช ถึงปมปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอนุบาลปัตตานี โดยแม่ทัพบอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุย เป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ ทางกองทัพภาคที่4 ก็ดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินขบวน หรือการชุมนุมก็ตาม และทุกอย่างจะต้องผ่านกระบวนการยุติธรรม และเป็นไปตามกฎหมาย
ลือต่อมีคนเสนอเลิกสัญลักษณ์โรงเรียนรูป "ดอกบัว"
กระแสเรื่องฮิญาบของโรงเรียนอนุบาลปัตตานียังคงบานปลาย เพราะล่าสุดมีข่าวในโซเชียลมีเดียว่า มีบางคนเสนอให้เปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนด้วย เพราะเป็นรูปดอกบัว ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ
ปรากฏว่าแม่ทัพภาคที่ 4 เองก็เคยได้ยินเรื่องนี้เหมือนกัน และบอกว่า ขึ้นกับกฎหมายและกฎของโรงเรียน รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการว่าจะเอาอย่างไร หากสรุปได้อย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น จะใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินไม่ได้ พร้อมทั้งระบุว่า ปมปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มีบางกลุ่มพยายามตีเรื่องนี้ขึ้นมาให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่จะพยายามทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก และทำเรื่องเล็กให้เล็กกว่าเดิม
สำหรับข้อเสนอให้เปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนนั้น "ล่าความจริง" ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่ พบว่าไม่ได้มีผู้ปกครองนักเรียนมุสลิมเสนอให้เปลี่ยน แต่เป็นการยกตัวอย่างของผู้ปกครองทั่วๆ ไปที่คุยกันทางโซเชียลมีเดียด้วยความกังวลว่า หากยอมให้มีการแต่งกายตามหลักศาสนาได้ โดยไม่ต้องเคารพกฎของโรงเรียน ต่อไปอาจมีการเสนอให้เปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนด้วยก็ได้ ทั้งหมดนี้เป็นการพูดคุยเปรียบเปรยเท่านั้น ไม่มีการเสนอจริงๆ
ก็ต้องรอดูว่าปัญหาที่กระทบกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชน 2 ศาสนาในพื้นที่ชายแดนใต้จะจบลงเมื่อไหร่ ซึ่งก็ขอเป็นกำลังใจให้หาทางออกกันได้เร็วๆ เพราะถ้าช้าไปอาจมีผู้ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์เพื่อขยายความขัดแย้งได้ ถ้าเป็นแบบนั้นปัญหาจะลุกลามจนยากจะแก้ไข