สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนก.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดตลาดที่ 64.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 1.50 ดอลลาร์ หรือ 2 % ปิดตลาดที่ 75.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาสัญญาน้ำมันเวสต์เท็กซัสร่วงลงราว 2% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากทรุดตัวลงเกือบ 5% ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ จากข่าวที่ว่าซาอุดิอาระเบียและรัสเซียกำลังหารือกันในการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 215,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 10.47 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ส่วนสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ได้ทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ โดยคาดว่า สหรัฐจะผลิตน้ำมันมากกว่า 120,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 11.17 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะทำให้สหรัฐแซงหน้ารัสเซียกลายเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลก ขณะที่สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันได้มากกว่าซาอุดิอาระเบียในปีที่แล้ว
สำหรับปีหน้า อีไอเอ คาดว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 570,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 11.27 ล้านบาร์เรลต่อวัน
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 แท่น สู่ระดับ 861 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2558
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมทบทวนนโยบายการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก ในการประชุมที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มโอเปกและประเทศนอกกลุ่ม นำโดยรัสเซีย มีมติขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน