4 องค์กรหลักของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประกอบด้วย สภามหาวิทยาลัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัย สมาคมศิษย์เก่า และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ วันนี้ได้จับมือกันร่วมแถลงข่าวแสดงจุดยืนถึงความถูกต้องโปร่งใสในการบริหารงานของมหาวิทยาลัย พร้อมชี้แจงว่า ข่าวที่ถูกนำเสนอออกไป เป็นการนำเสนอข้อมูลด้านเดียว ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่แสดงและเผยแพร่ข้อความบิดเบือนเป็นที่เสียหายต่อมหาวิทยาลัย
สำหรับข้อกล่าวหาที่มีการร้องเรียนผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเป็นการร้องเรียนต่อองค์กรตรวจสอบภายนอกมหาวทยาลัย ได้แก่
หนึ่ง กรณีการทอดผ้าป่าเสริมบารมีของผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางคน เรื่องนี้ผู้บริหารชี้แจงระหว่างการแถลงข่าวว่า มีการร้องเรียนไปยัง กกอ. และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ต่อมามีการส่งเรื่องกลับมาให้สภามหาวิทยาลัยตรวจสอบเอง ได้ข้อสรุปว่าเป็นการทอดผ้าป่าตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เป็นการจัดทอดผ้าป่าเสริมบารมีของผู้บริหารบางคน ซึ่งได้รายงานผลการตรวจสอบให้ กกอ. และ ป.ป.ช.รับทราบแล้ว
เรื่องที่สอง การใช้รถยนต์ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยเป็นรถประจำตำแหน่งของผู้บริหารบางคน ทั้งๆ ที่รับเงินค่าเดินทางแบบเหมาจ่ายตามระเบียบกระทรวงการคลังไปแล้ว เดือนละกว่า 3 หมื่นบาท คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภามหาวิทยาลัย ได้ตรวจสอบแล้วเช่นกัน สรุปว่าไม่มีมูลความผิด ฉะนั้นการนำเสนอข่าวของบางสื่อได้สร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่า 85 ปี หลังจากนี้ มหาวิทยาลัยจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยแม่โจ้อย่างถึงที่สุด
สำหรับบรรยากาศการแถลงข่าวชี้แจงในวันนี้ ทีมข่าวของเรารายงานเข้ามาว่า เป็นไปอย่างร้อนแรงและดุดันมาก โดยมีบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยรายหนึ่ง ต่อว่ากลุ่มบุคลากรในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ร้องเรียนเรื่องปัญหาธรรมาภิบาลของผู้บริหารระดับสูงไปยังองค์กรตรวจสอบภายนอก จนทำให้เป็นข่าวโด่งดัง โดยบอกว่า คนพวกนี้ไม่ใช่คนแม่โจ้ และทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งยังต่อว่าด่าทอไปถึง กกอ. ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและเสนอให้ใช้มาตรา 44 กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ด้วย (คุณผู้ชมลองฟังเสียงค่ะ แต่เราต้องดูดเสียงบางช่วงออกไป เพราะเป็นการใช้คำหยาบคายและรุนแรงมาก
"ล่าความจริง" ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า / บุคคลที่อ้างตัวว่าศิษย์เก่าที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรงนี้ / เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ถูกกล่าวหาเรื่องธรรมาภิบาล
และนอกจากการตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่แล้ว ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยอีกกลุ่มหนึ่ง ยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พลตรีสาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีมีผู้ให้ข่าวบิดเบือน และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จนมีแนวโน้มถูกใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้ายึดอำนาจการบริหารของมหาวิทยาลัยด้วย
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัยบางส่วน ซึ่งเป็นตัวแทนจากคณาจารย์ ได้ทะยอยยื่นใบลาออก เพราะเกรงจะได้รับผลกระทบ หรือติดร่างแหไปด้วย เมื่อมีคำสั่งตามมาตรา 44 ออกมา