ซึ่งในโซเชียลมีการนำข้อความในหนังสือไปตีความว่า กสทช. อนุญาตให้รายการทีวีสามารถใช้คำหยาบคายออกอากาศได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า กสทช.ไม่ได้อนุญาตให้ใช้คำหยาบคายออกอากาศ ซึ่งกรณีนี้คณะกรรมการกสทช. เห็นว่า เป็นความผิดจริงแต่ เป็นความผิดที่ไม่ได้ร้ายแรง ยังสามารถตักเตือนได้ ซึ่งผู้รับใบอนุญาตยอมรับและจะนำไปแก้ไขปรับปรุง แต่หากพบการกระทำผิดซ้ำ จะต้องถูกโทษปรับ
ส่วนการร่วมมือกับอย. ในการตรวจสอบโฆษณาอาหารเสริม และเครื่องสำอางผิดกฏหมาย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (28พ.ค.-1 มิ.ย.2561) ยังไม่พบช่องทีวีดิจิทัลที่มีโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อหาผิดกฏหมาย แต่ยังพบการกระทำความผิดในการโฆษณาเนื้อหาผิดกฏหมายผ่านทางเว็บไซต์และสื่อวิทยุบ้าง โดยส่วนใหญ่ที่พบมีเนื้อหาผิดกฏหมายโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และยาสมุนไพรต่างๆ เช่น ยาบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต ยาทำแท้ง และผลิตภัณฑ์เสริมสมรรถภาพทางเพศ
ด้านรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สมชาย ปรีชาทวีกิจ บอกว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 - 20 พ.ค.2561 มีการร้องเรียนเกี่ยวกับโฆษณาและขายผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางโซเชียลมีเดียทั้งสิ้น 1,537 เรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับโฆษณา 783 เรื่อง แบ่งเป็นเครื่องมือแพทย์ 44 เรื่อง เครื่องสำอางค์ 149 เรื่อง ยา 178 เรื่อง อาหาร 401 เรื่อง และอื่นๆ 9 เรื่อง ทั้งนี้มีการดำเนินการเอาผิดแล้ว ทั้งการทำหนังสือแจ้งปิดเว็บไซต์ แจ้งระงับโฆษณา และเปรียบเทียบปรับ