ที่ทุบโต๊ะหาสปอนเซอร์หลัก 9 ราย ได้แก่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด โดยเป็นรูปแบบ "การลงขัน" รายละ 100 ล้านบาทถึง 200 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาท
แต่ประเด็นปัญหาที่ชักจะไม่เป็นสุขคือ "ผู้รับหน้าที่บริหารจัดการ คอนเทนท์ฟุตบอลโลก" ครั้งนี้ จะหาใครอื่นได้นอกจาก "บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด" หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า ทรู ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ "ซีพี" ที่มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวน คือ นายศุภชัย เจียรวนนท์ นั่งกุมบังเหียน
เดิมทีกลุ่มคิงเพาเวอร์ถูกเลือกให้เป็นแม่งานในการจัดการทั้งหมดรวมทั้งการต่อรองกับฟีฟ่า แต่ด้วยเงื่อนไขที่ว่าผู้เจรจาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลดังกล่าวต้องดำเนินธุรกิจด้านโทรทัศน์เท่านั้น ในบรรดาพันธมิตรที่ลงขันกัน 1,400 ล้านบาท มีเพียงทรูเจ้าเดียวที่ทำธุรกิจนี้โดยตรง (เจ้าอื่นมีธุรกิจโทรทัศน์ทางอ้อม) ทำให้ทรูได้รับอานิสงส์ในการเป็นหัวหอกจัดการบริหารการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกไปโดยปริยาย
แต่ความอึดอัดของบรรดากลุ่มทุนที่ลงขันเกิดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น ขอจัดกิจกรรม หรือขอพ่วงการถ่ายทอดสดจาก ทรู ก็มีปัญหาถึงขนาดที่ว่าบอสใหญ่ของทรูพูดใส่ผู้ลงทุนบางรายที่ต้องการขอไปถ่ายทอดสดในช่องที่เขาถืออยู่ว่า "คุณแค่ผู้ถือหุ้นนิดหน่อยในช่องนั้นจะเอาไปทำไม ผมน่ะเจ้าของ" ผู้ลงขันถึงกับหน้าหงายตึงพร้อมกับความอึดอัด
ไม่เพียงเท่านั่นเงินลงขันที่เหลือจากการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเหลืออีกว่า 200 ล้านบาท เพิ่อทำกิจกรรมและวางแผนสื่อประชาสัมพันธ์ แม่งานใหญ่อย่างทรู จัดการเรียบโดยกลุ่มผู้ลงขันได้แต่นั่งตาปริบๆ เพราะการเลือกสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ก็เลือกใช้บริการเฉพาะพวกตนที่ไม่คำนึงถึงเรตติ้งหรือกลุ่มผู้สนใจกีฬาเป็นที่ตั้ง มากไปกว่านั้นยังมีข่าวว่า ทรูนำเอาความได้เปรียบนี้ไปทำโปรโมชั่นในการขายกล่อง "ทรูวิชั่นส์" รวมทั้งแพ็กเกจขายตามโรงแรมที่ยังไม่ทราบว่ารายได้จากการขายเหล่านั้นจะนำมาเข้ากองกลางสำหรับ 9 เอกชนที่ลงขันแล้วแบ่งกันหรือเข้ากระเป๋าใคร?
แม้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทรูจะออกมาชี้แจงภายหลังมีข่าวเหล่านี้ว่าไม่เป็นความจริง แต่ผู้ร่วมลงขันรายอื่นต่างบอกเล่าความอึกอัดอย่างอื้ออึง รวมทั้งสมาคมภัตตาคารและโรงแรมยืนยันมีการขายแพ็กเกจฟุตบอลโลกจากทรูจริง แล้วจะให้สังคมเข้าใจเช่นใด
แม้ความอึดอัดจองผู้ร่วมลงขันจะต้องยุติด้วยการขอร้องของลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีแม่งานใหญ่ที่ขอร้องว่า "อย่าทะเลาะกัน" ซึ่งเป็นการห้ามทัพด้วยความหวังดีของลุงป้อม แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องโจษจันกันทั่วถึงความ "เอาเปรียบ" ไม่ "วิน-วิน" ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเฉพาะหัวหอกใหญ่ควรคิดถึงการคืนความสุขและการสมประโยชน์ของผู้ลงขันทั้งหมดเป็นที่ตั้ง "อย่าคิดคืนความสุขให้คนเพียงฝ่ายเดียว"