เร่งนำ "พระพรหมเมธี" กลับไทย หลังจนมุมที่เยอรมนี
04 มิ.ย. 2561 | te

"อดีตพระพรหมเมธี" จนมุมคาสนามบินเยอรมัน ตม.แฟรงก์เฟิร์ตจับกุมตามหมายจับตร.สากล "จักรทิพย์"บินด่วนไปรับตัวเร่งนำกลับไทย เผยขึ้นเครื่องที่เขมรก่อนถูกรวบ
ข่าว
04 มิ.ย. 2561 | te

"อดีตพระพรหมเมธี" จนมุมคาสนามบินเยอรมัน ตม.แฟรงก์เฟิร์ตจับกุมตามหมายจับตร.สากล "จักรทิพย์"บินด่วนไปรับตัวเร่งนำกลับไทย เผยขึ้นเครื่องที่เขมรก่อนถูกรวบ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สืบทราบเบาะแสว่าอดีตพระพรหมเมธีหรือพระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม หนึ่งในผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด หลังจากหลบหนีไปที่สปป.ลาว จึงได้ประสานตำรวจลาวให้จับตัวแต่อดีตพระพรหมเมธีไหวตัวทันและรีบเดินทางไปกัมพูชาเพื่อขึ้นเครื่องบินหลบหนีไปที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อคืนที่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย แต่เจ้าหน้าที่ไทยได้ประสานตำรวจสากลให้อายัดตัวอดีตพระพรหมเมธีได้ที่สนามบินดังกล่าว
ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผบก.ป. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะอัยการ ได้บินด่วนไปประเทศเยอรมนี เพื่อสอบปากคำอดีตพระพรหมเมธีและนำตัวกลับประเทศไทยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี926 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยมีกำหนดเดินทางกลับมายังประเทศไทยตามที่ได้มีการจองเที่ยวบินไว้ในเวลา 06.25 น.วันที่ 6 มิถุนายน ด้วยทีจี 921 สายการบินไทย ตามเวลาไทย แต่อย่างไรก็ตามอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เพราะต้องนำตัวอดีตพระพรหมเมธีเดินทางกลับมาดำเนินคดีในไทยโดยเร็วที่สุด
สำหรับอดีตพระพรหมเมธี ถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญในคดีเงินทอนวัดที่ยังหลบหนีการจับกุม โดยมีเส้นทางหลบหนีออกจากประเทศไทยทันทีหลังจากที่มีกระแสข่าวการจับกุมพระเถระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการเดินทางจากกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-นครพนม-สปป.ลาว-กัมพูชา-สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์-ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี
มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่าจะมีการออกหมายจับคนไทย 3 คน ชาวสปป.ลาว 2 คน ที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือพาอดีตพระพรหมเมธีหลบหนีด้วย
ด้านน.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีทางการเยอรมนีควบคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรมหาวิหาร ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ได้ที่ท่าอากาศยานแฟรงก์เฟิร์ต ว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี กำลังตรวจสอบข้อมูลและพยายามประสานงานกับทางการเยอรมนี แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมอดีตพระพรหมเมธี
มีรายงานแจ้งว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ได้คุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ได้ขณะกำลังเข้าประเทศเยอรมนีหลังไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับที่ตำรวจไทยได้ประสานตำรวจสากลไว้แล้ว โดยเบื้องต้นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ตได้ประสานมายังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยถึงกรณีดังกล่าว โดยทันทีที่ได้รับแจ้ง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้โทรศัพท์สายตรงไปยังพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อรายงานข้อมูลให้ทราบ ก่อนที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตัดสินใจบินด่วนเพื่อเดินทางไปประเทศเยอรมนีเพื่อประสานความร่วมมือตามขั้นตอนทางกฎหมายในการรับตัวอดีตพระพรหมเมธีซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการไทยมาดำเนินคดี
สำหรับการติดตามจับกุมอดีตพระพรหมเมธี เป็นผลสืบเนื่องมาจากตำรวจกองปราบปรามได้สนธิกำลังกันเปิดปฏิบัติตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัดใน 3 วัดในกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศ์ เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากปรากฏข่าวการจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวโยงกับการทุจริตเงินทอดวัด โดยหนึ่งในนั้นมีอดีตพระพรหมเมธี จากแนวทางการสืบสวนพบว่าอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ได้หลบหนีการจับกุม ซึ่งขณะนั้นได้รับกิจนิมนต์ที่ จ.พิษณุโลก ก็ได้โดยสารรถยนต์ตู้ โตโยต้า อัลพาด สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กภ 3 กภ 8672 กรุงเทพมหานคร จากจ.พิษณุโลกมุ่งหน้าไปจ.นครพนม ก่อนที่จะนำรถคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ใกล้กุฏิพระเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ บ้านค่ายเสรี ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนมจากนั้นได้เดินทางข้ามฝั่งจากประเทศไทยไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)
ต่อมาชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของอดีตพระพรหมเมธีที่โรงแรงดงชัย เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ว่ามีการเดินทางออกจากโรงแรมดังกล่าวเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 26 พฤษภาคม โดยภาพวงจรปิดของโรงแรมจับภาพขณะเดินทางออกจากโรงแรมพร้อมกับชายไทยชื่อ "โค้ด" ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของอดีตพระพรหมเมธี โดยมีเพียงสัมภาระเป็นกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางไปยังท่ารถโดยสารเพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา
มีรายงานว่าชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของอดีตพระพรหมเมธีอีกครั้ง เมื่อเวลา 05.15 น. วันที่ 1 มิถุนายน โดยอดีตพระพรมเมธีพร้อมด้วยหลานชายคนสนิทได้ขึ้นเครื่องสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินคิวอาร์971 จากกรุงพนมเปญ ก่อนแวะจอดที่สนามบินโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อเวลา 06.23 น. จากนั้นเครื่องบินลำดังกล่าวได้บินไปยังสนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ จากนั้นได้เปลี่ยนต่อเครื่องไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี
รายงานจากชุดสืบสวนแจ้งด้วยว่าอดีตพระพรหมเมธีเดินทางเข้าประเทศเยอรมนี โดยมีเป้าหมายไปที่สำนักงานผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในเยอรมนี เพื่อจะขอยื่นเรื่องเป็นผู้ลี้ภัย เนื่องจากเรื่องคดีทุจริตเงินทอนวัดแล้วยังมีพฤติกรรมบางประการที่สร้างความเสื่อมเสียอีกด้วย
ส่วนการเดินทางของพล.ต.อ.จักรทิพย์และคณะไปถึงท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เวลา 20.00 น.วันที่ 3 มิถุนายนอย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ว่าหากขั้นตอนกระบวนเสร็จสิ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ อาจจะเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนดโดยคาดว่าจะถึงไทยในวันที่ 4 มิถุนายน
วันเดียวกัน นายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาพระวิสุทธิศาสนวิเทศ หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กระทำผิดพระธรรมวินัยร้ายแรงว่า ต้องขอให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะพระที่ถูกกล่าวหาด้วย ซึ่งขอทำความเข้าใจว่าหากเป็นเรื่องของคดีอาญาก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมือง หากพระถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดพระธรรมวินัย ตั้งแต่อาบัติเบาจนถึงปาราชิกนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะปกครอง ที่จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนอธิกรณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อสืบสวนให้ความเป็นธรรมแก่พระที่ถูกกล่าวหา เมื่อดำเนินการสอบสวนแล้ว หากพระรูปดังกล่าวกระทำผิดจริง เจ้าคณะปกครองจะพิจารณาโทษตามพระธรรมวินัย อย่างไรก็ตามกรณีของเจ้าคุณปิงก็เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องของพระธรรมวินัยก็ต้องให้มีผู้ร้องมาถึงเจ้าคณะปกครอง หรือหากเจ้าคณะปกครองเห็นว่าจะกระทบต่อพระพุทธศาสนาก็สามารถดำเนินการสอบอธิกรณ์ เพื่อสอบข้อเท็จจริง หลักฐาน ตัวบุคคล และดูว่ากระทำผิดพระธรรมวินัยหรือไม่และขั้นใดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้ารที่ตำรวจกองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นกุฏิภายในคณะ 4วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นกุฏิของพระเมธีสุทธิกร หรือสังคม สังฆะพัฒน์ หรืออดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมหลังจากเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งการเข้าตรวจค้นครั้งนี้เพื่อสอบถามพระวิสุทธิศาสนวิเทศ หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศอีกด้วย เนื่องจากมีหลักฐานเพิ่มเติมกรณีพบภาพร่วมเพศระหว่างพระรูปหนึ่งกับฆราวาสชายและภาพเปลือยอีกจำนวนหนึ่งจึงต้องการนำตัวไปสอบปากคำยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่และหากทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีรวมทั้งผิดพระธรรมวินัยอีกด้วย
ด้านนายกฤช กระแสทิพย์ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการดูแลอดีตพระเถระผู้ใหญ่ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำกรุงเทพฯ รวมทั้งนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ว่าอดีตพระวัดสระเกศ เรือนจำได้นำตัวไปคุมขังยังแดน 3 ล่าสุดเริ่มปรับตัวได้แล้ว อาการป่วยไม่มีอาการน่าเป็นห่วง ทุกคนเริ่มใช้ชีวิตในเรือนจำเหมือนผู้ต้องขังรายอื่นๆ แต่ยังคงไม่รับประทานอาหารเย็นระหว่างวันก็นั่งสมาธิ สวดมนต์ ทำกิจกรรมอื่นเล็กน้อย
ส่วนอาการป่วยของอดีตพระพุทธะอิสระยังคงต้องให้ทำกายภาพเพื่อบรรเทาอาการปวดหลังของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทตอนนี้ก็ไม่ได้ให้เคลื่อนไหวมากนัก เรือนจำได้ให้นั่งรถเข็นหรือเดินด้วยเครื่องช่วยพยุง สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ แต่เคลื่อนไหวร่างกายไม่ค่อยสะดวกเท่านั้น ส่วนความจำเป็นในการรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการ หรือไม่อย่างไรนั้น เป็นดุลพินิจของแพทย์และความเหมาะสมแต่ตอนนี้คงยังไม่มีความจำเป็นเพราะโรคดังกล่าวมีขั้นตอนการรักษา อีกทั้งการคุมตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำไปเข้ารับการรักษาพยาบาลมีขั้นตอนพอสมควร