จากกรณีปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 ว่าชาวบ้านพบวาฬว่ายเข้ามาในคลองนาทับ ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ บอกว่าในวันเดียวกันนั้นตนได้สั่งการเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ จากการสังเกตุเบื้องต้นพบว่าวาฬมีลักษณะผอม การลอยตัวผิดปกติ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น พบก้อนเนื้อกระจายอยู่ทั่วลำตัว สัตวแพทย์จึงมีการให้ยาปฎิชีวนะและการขนย้ายจากคลองนาทับมายังชายหาดบ้านปึก เนื่องจากน้ำในคลองขุ่นและเชี่ยว ไม่เหมาะต่อการปฐมพยาบาล ต่อมาในช่วงบ่าย วันที่ 1 มิถุนายน วาฬตัวดังกล่าวเกิดอาการดิ้นมาก และมีการสำรอกเอาพลาสติกออกมาจำนวน 1 ชิ้น รวมถึงมีการชักเกร็งและสำรอกเอาพลาสติกออกมาอีก 4 ชิ้น หลังจากนั้นทางสัตวแพทย์ได้ทำการกู้ชีพวาฬแต่ไม่สำเร็จ ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา
ผลการชันสูตรพบความผิดปกติในระบบต่างๆ เช่น ปอดอักเสบ หัวใจขาดเลือด พบพยาธิในปอด ท่อน้ำดีและลำไส้ และพบขยะจำพวกพลาสติกในส่วนต้นของกระเพาะอาหารจำนวน 8 กิโลกรัม นับได้จำนวน 85 ชิ้น ซึ่งขยะดังกล่าวอุดตันบริเวณกระเพาะส่วนต้น และพบพลาสติกบางส่วนที่ถูกย่อยในกระเพาะหลัก ซึ่งขยะดังกล่าวเป็นแผ่นพลาสติก ถุงพลาสติกและห่อขนม สาเหตุการตายนี้สาเหตุหลักจึงเกิดจากขยะพลาสติก ที่วาฬกินเข้าไป
นายจตุพร บอกว่า วันนี้ถ้าเราจะช่วยลดปัญหาสัตว์ทะเลที่ต้องตายจำนวนมากจากปัญหาขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติก คำตอบและทางออกที่ช่วยได้คงอยู่ที่พวกเรา ดังนั้น จึงขอฝากไปยังกลุ่มผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค ทุกๆท่าน ช่วยกันลดปัญหาขยะทะเลในทุกๆมิติ