วันนี้ (1 มิ.ย.) ที่เฟซบุ๊ก เพจ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้เปิดเผยว่า บ่ายวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2561 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เสด็จไปวัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ทรงเปิดการประชุมกรรมการเถรสมาคมธรรมยุต ประจำพุทธศักราช 2561 และการประชุมสังเกตการณ์ของเจ้าคณะจังหวัดคณะธรรมยุต
โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า ท่านที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการ เป็นผู้มีหน้าที่และความรับผิดชอบสำคัญในหลายบทบาท ทั้งในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายของบ้านเมือง ทั้งในฐานะผู้บริหารภารกิจให้ลุล่วงตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งต่างๆ ทางคณะสงฆ์ และที่สำคัญที่สุดคือในฐานะพระเถระในพระบวรพุทธศาสนา ผู้มีบทบาทหน้าที่ตามพระธรรมวินัย ทุกท่านล้วนรู้จักธรรมะหมวดอิทธิบาท ๔ กันดีอยู่แล้ว แต่ในที่นี้ ผมขอเน้นย้ำธรรมะประการสุดท้ายคือ วิมังสา ได้แก่การหมั่นใช้ปัญญา พิจารณาใคร่ครวญ ตรวจหาเหตุผล และตรวจสอบข้อยิ่งข้อหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น ให้มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง
สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้พระราชทานพระราโชบายแก่การคณะสงฆ์ไว้ ดังที่ผมเชิญมากล่าวย้ำอยู่เสมอๆ พระองค์มีพระราชประสงค์ให้พระมีความสำนึก และเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ความสำนึกและการทำประโยชน์จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าท่านพระสังฆาธิการไม่ช่วยกันตรวจตรา กำชับ และเข้มงวดกวดขัน ให้ผู้อยู่ในปกครองมีสำนึกในการปฏิบัติตนตามครรลองพระธรรมวินัย และศึกษาพัฒนาตนเอง เพื่อจะได้มีความรู้ความสามารถมาใช้เกื้อกูลประโยชน์ต่อพระศาสนาและบ้านเมือง
ถ้าท่านทำอยู่แล้ว ก็ขออนุโมทนา แต่ขออย่าได้หยุดยั้งที่จะเพิ่มกำลังของอิทธิบาท ๔ ในการบริหารงานคณะสงฆ์ให้เกิดประสิทธิผลดียิ่งๆ ขึ้น แต่ท่านใดที่ยังย่อหย่อน ผมขอกำชับและตักเตือนท่าน ให้ระมัดระวังและมีสำนึกไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย